<Meta http-equiv="content-type" content="text/html;charset=utf-8">
<Meta http-equiv="content-type" content="text/html;charset=utf-8">
<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	>

<channel>
	<title>ทรอปิคอล สตาร์ ทราเวล</title>
	<atom:link href="http://www.tropicalstartravel.com/?feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.tropicalstartravel.com</link>
	<description>ค้นพบดินแดนมหัศจรรย์แห่งอินโดนีเซียกับเรา</description>
	<pubDate>Sun, 17 Jan 2010 02:58:05 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.7.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>เวียงจันทน์ วังเวียง หลวงพระบาง 4 วัน 3 คืน</title>
		<link>http://www.tropicalstartravel.com/?p=1016</link>
		<comments>http://www.tropicalstartravel.com/?p=1016#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 28 Sep 2009 05:22:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ทัวร์ต่างประเทศอื่น ๆ]]></category>

		<category><![CDATA[ทัวร์ลาว]]></category>

		<category><![CDATA[ทัวร์หลวงพระบาง]]></category>

		<category><![CDATA[ลาว]]></category>

		<category><![CDATA[วังเวียง]]></category>

		<category><![CDATA[หลวงพระบาง]]></category>

		<category><![CDATA[เวียงจันทน์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tropicalstartravel.com/?p=1016</guid>
		<description><![CDATA[ออกเดินทางด้วยรถไฟไปหนองคาย ข้ามสะพานมิตรภาพสู่นครหลวงเวียงจันทน์ นมัสการพระธาตุหลวง ปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมืองเวียงจันทน์ ชมประตูชัย วัดศรีษะเกศ หอพระแก้ว แวะพักวังเวียงที่วิลล่า น้ำซอง และเที่ยวเมืองหลวงพระบางอย่างเต็มอิ่ม เริ่มต้น 12,600 บาท]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<pre style="text-align: left;"><span style="color: #ff6600;">TOUR CODE: LA1016</span></pre>
<h1 style="text-align: center;"><span style="color: #000080;">ความงดงามแห่งวัฒนธรรมริมฝั่งแม่น้ำ<br />
</span></h1>
<h3 style="text-align: center;"><span style="color: #000080;">หนองคาย – เวียงจันทน์ – วังเวียง - หลวงพระบาง – เวียงจันทน์ - หนองคาย</span></h3>
<h3 style="text-align: center;"><span style="color: #000080;">4 วัน / 3 คืน</span></h3>
<h3><span id="more-1016"></span></h3>
<h3><span style="color: #ff6600;">วันที่ 1 หนองคาย – เวียงจันทน์ – วังเวียง (L, D)</span></h3>
<p>19.30 น.     คณะพร้อมกันที่สถานีรถไฟในกรุงเทพฯ ตามที่นัดหมาย<br />
20.00 น.    ออกเดินทางโดยรถไฟด่วนปรับอากาศชั้น 2 นั่ง-นอน ขบวนที่ 69<br />
08.35 น.     ถึงหนองคาย เจ้าหน้าที่ของบริษัทไปพร้อมรับท่านที่สถานี</p>
<p><a href="http://farm2.static.flickr.com/1055/533012798_36bf85f07e.jpg"><img class="alignnone" title="ประตูชัย" src="http://farm2.static.flickr.com/1055/533012798_36bf85f07e.jpg" alt="" width="250" height="187" /></a><a href="http://farm2.static.flickr.com/1105/532889082_9e39d2db05.jpg"><img class="alignnone" style="margin-left: 10px; margin-right: 10px;" title="วัดสีสะเกด" src="http://farm2.static.flickr.com/1105/532889082_9e39d2db05.jpg" alt="" width="248" height="186" /></a></p>
<p><a href="http://farm2.static.flickr.com/1379/532996758_cdf906cf47.jpg"><img class="alignnone" title="วัดธาตุหลวง" src="http://farm2.static.flickr.com/1379/532996758_cdf906cf47.jpg" alt="" width="250" height="187" /></a><a href="http://farm2.static.flickr.com/1018/531142872_d6c80b1148.jpg"><img class="alignnone" style="margin-left: 10px; margin-right: 10px;" title="หอพระแก้ว" src="http://farm2.static.flickr.com/1018/531142872_d6c80b1148.jpg" alt="" width="250" height="187" /></a></p>
<p>09.30 น.    รับประทานอาหารเช้าแบบพื้นเมืองที่หนองคาย จากนั้นผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง เข้าสู่นครหลวงเวียงจันทน์ เมืองหลวงของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว<br />
10.30 น.    นมัสการพระธาตุหลวง ปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมืองเวียงจันทน์ ชมประตูชัย วัดศรีษะเกศ หอพระแก้ว สถานที่ซึ่งเคยเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต และแวะเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองที่ตลาดเช้า ในตัวเมืองเวียงจันทน์<br />
12.30 น.    อาหารกลางวันที่ร้านอาหาร ลินดา สถาพร<br />
13.30 น.    ออกเดินทางไปวังเวียง เมืองตากอากาศริมแม่น้ำซอง และ ทิวผาหินปูนเหยียดยาวอันมีชื่อเสียงของลาวภาคเหนือ<br />
16.00 น.    เข้าพักที่วิลล่า น้ำซอง เที่ยวชม ถ้ำจั๋งสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองวังเวียง หรือล่องเรือชมแม่น้ำซองในยามเย็น<br />
18.00 น.    รับประทานอาหารเย็นที่วิลล่า น้ำซอง</p>
<p><a href="http://farm1.static.flickr.com/219/529141182_e5aa337d9e.jpg"><img class="alignnone" title="วังเวียง" src="http://farm1.static.flickr.com/219/529141182_e5aa337d9e.jpg" alt="" width="249" height="188" /></a><a href="http://farm2.static.flickr.com/1303/564089345_b71cf586c4.jpg"><img class="alignnone" style="margin-left: 7px; margin-right: 7px;" title="ทิวทัศน์ที่วิลล่าน้ำซอง" src="http://farm2.static.flickr.com/1303/564089345_b71cf586c4.jpg" alt="" width="257" height="187" /></a></p>
<h3><span style="color: #ff6600;">วันที่ 2 วังเวียง – หลวงพระบาง (B, L, D)</span></h3>
<p>07.00 น.    รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม<br />
08.00 น.    ออกเดินทางสู่หลวงพระบาง ผ่านเส้นทางคดโค้ง ลัดเลาะไปตามทะเลภูเขาที่งดงาม แวะดื่มกาแฟและของว่างที่บ้านกิ่วกระจำ   ผ่านเมืองเชียงเงินเขตที่ราบก่อนเข้าสู่แขวงหลวงพระบาง<br />
13.00 น.    รับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหาร บัวกลางบึง<br />
14.00 น.    เข้าเช็คอินที่ บ้านพักมนีพอน หรือบ้านพักอื่นในระดับเดียวกัน</p>
<p><a href="http://farm4.static.flickr.com/3461/3816606939_ce50424e10.jpg"><img class="alignnone" title="เมืองหลวงพระบาง" src="http://farm4.static.flickr.com/3461/3816606939_ce50424e10.jpg" alt="" width="250" height="187" /></a><a href="http://farm4.static.flickr.com/3532/3816620093_28e3a1e804.jpg"><img class="alignnone" style="margin-left: 10px; margin-right: 10px;" title="หอพิพิธภัณฑ์ที่ประดิษฐานพระบาง" src="http://farm4.static.flickr.com/3532/3816620093_28e3a1e804.jpg" alt="" width="250" height="187" /></a></p>
<p><a href="http://farm4.static.flickr.com/3488/3817382552_04ee849376.jpg"><img class="alignnone" title="ลายประดับกระจกวัดเชียงทอง" src="http://farm4.static.flickr.com/3488/3817382552_04ee849376.jpg" alt="" width="250" height="188" /></a><a href="http://farm4.static.flickr.com/3488/3816562725_85095325ac.jpg"><img class="alignnone" style="margin-left: 10px; margin-right: 10px;" title="วัดเชียงทอง" src="http://farm4.static.flickr.com/3488/3816562725_85095325ac.jpg" alt="" width="250" height="187" /></a></p>
<p>14.30 น.    กราบพระบาง พระพุทธรูปสำคัญอันเป็นที่มาของชื่อเมืองหลวงพระบางในหอพิพิธภัณฑ์ประจำเมือง หอพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เคยเป็นพระราชวังที่ประทับของเจ้ามหาชีวิต ห้องบรรทม ท้องพระโรง ตลอดจนเครื่องใช้ของเจ้ามหาชีวิตส่วนใหญ่ยังได้รับการเก็บรักษาไว้อย่างดี</p>
<p>15.30 น.    ชมวัดใหม่สุวันนะพูมมารามซึ่งมีลายปูนปั้นทองประดับหน้าโบสถ์ จากนั้นชมวัดเชียงทองวัดหลวงที่มีความสำคัญที่สุดของเมืองหลวงพระบาง ชมวัดวิชุนนะราด และพระธาตุหมากโมที่ไม่เพียงแต่มีรูปทรงอันแปลกตา แต่ยังมีประวัติความเป็นมาอันเก่าแก่ยาวนานอีกด้วย<br />
18.00 น.    รับประทานอาหารเย็นที่ร้านอาหาร วุฒิวงศ์</p>
<h3><span style="color: #ff6600;">วันที่ 3 หลวงพระบาง (B, L, D)</span></h3>
<p>07.00 น.     รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม<br />
08.00 น.    ออกเดินทางโดยทางเรือมุ่งหน้าสู่ถ้ำติ่ง โบราณสถานที่สำคัญบนฝั่งแม่น้ำโขง ณ จุดที่บรรจบกับแม่น้ำอู จากนั้นเดินทางต่อด้วยรถชมบ้านช่างไห หมู่บ้านต้มเหล้าพื้นเมือง<br />
11.30 น.    เลือกซื้อสินค้าผ้าทอมืออันเลื่องชื่อของหลวงพระบางที่บ้านผานม<br />
12.00 น.    รับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหาร ตำหนักลาว</p>
<p><a href="http://farm3.static.flickr.com/2585/3816626463_4c49e04612.jpg"><img class="alignnone" title="ถ้ำติ่ง" src="http://farm3.static.flickr.com/2585/3816626463_4c49e04612.jpg" alt="" width="200" height="149" /></a><a href="http://farm4.static.flickr.com/3484/3817368674_f8df2fc18c.jpg"><img class="alignnone" style="margin-left: 10px; margin-right: 10px;" title="พระพุทธรูปมากมายภายในถ้ำติ่ง" src="http://farm4.static.flickr.com/3484/3817368674_f8df2fc18c.jpg" alt="" width="200" height="149" /></a><a href="http://farm3.static.flickr.com/2658/3817413500_63184c5b38.jpg"><img class="alignnone" title="พระธาตุพูสี" src="http://farm3.static.flickr.com/2658/3817413500_63184c5b38.jpg" alt="" width="112" height="149" /></a></p>
<p>13.00 น.    ออกเดินทางสู่น้ำตกตาดกวางสี แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงที่สุด ของแขวงหลวงพระบาง<br />
15.30 น.    กลับถึงตัวเมือง เดินเท้าขึ้นนมัสการพระธาตุพูสี พระธาตุสำคัญประจำเมือง จากนั้นให้เวลาท่านได้เลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองในตลาดนัดยามค่ำ ซึ่งมีสินค้าให้เลือกซื้ออย่างจุใจ<br />
18.30 น.    รับประทานอาหารค่ำที่ร้านอาหาร มีไชยผล</p>
<h3><span style="color: #ff6600;">วันที่ 4 หลวงพระบาง – เวียงจันทน์ - หนองคาย (B, L)</span></h3>
<p>07.00 น.        รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรมที่พัก<br />
08.00 น.        ออกเดินทางสู่เวียงจันทน์<br />
12.00 น.        รับประทานอาหารกลางวันที่ ร้านอาหารสมจิต เมืองกาสี<br />
17.00 น.    เดินทางถึงสะพานมิตรภาพ ไทย – ลาว ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย<br />
18.20 น.     เดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ โดยรถด่วนปรับอากาศชั้น2 นอน ขบวนที่ 70 ถึงกรุงเทพฯ เวลา 06.25 ของวันรุ่งขึ้น</p>
<p>***** เสร็จสิ้นการบริการ *****</p>
<p><strong><table id="wp-table-reloaded-id-36-no-1" class="wp-table-reloaded wp-table-reloaded-id-36" cellspacing="1" cellpadding="0" border="0">
<thead>
	<tr class="odd row-1">
		<th class="column-1">รถไฟ<br />
กท. - หนองคาย</th><th class="column-2">5-6 ท่าน<br />
รถตู้</th><th class="column-3">7-8 ท่าน<br />
รถตู้</th><th class="column-4">9-11 ท่าน<br />
รถตู้</th><th class="column-5">12-14 ท่าน<br />
รถ 15 ที่นั่ง</th><th class="column-6">15-19 ท่าน<br />
รถ 25 ที่นั่ง</th><th class="column-7">20-24 ท่าน<br />
รถ 25 ที่นั่ง</th><th class="column-8">พักเดี่ยว<br />
จ่ายเพิ่ม</th>
	</tr>
</thead>
<tbody>
	<tr class="even row-2">
		<td class="column-1">เตียงบน</td><td class="column-2">14,100  </td><td class="column-3">13,600</td><td class="column-4">13,100</td><td class="column-5">13,100</td><td class="column-6">12,700</td><td class="column-7">12,600</td><td class="column-8">4,800</td>
	</tr>
	<tr class="odd row-3">
		<td class="column-1">เตียงล่าง</td><td class="column-2">14, 250</td><td class="column-3">13,750</td><td class="column-4">13,250</td><td class="column-5">13,250</td><td class="column-6">12,850</td><td class="column-7">12,750</td><td class="column-8">4,800</td>
	</tr>
</tbody>
</table>
</strong></p>
<div style="width:47%; float: left; padding-right: 6%; display: inline;" class="post_column_1"><p>
<h3>ราคานี้รวม:</h3>
<ul>
<li>ค่าที่พัก / อาหาร เครื่องดื่ม</li>
<li>ยานพาหนะ / มัคคุเทศก์</li>
<li> ค่าธรรมเนียมผ่านเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ</li>
<li>ค่าธรรมเนียมการข้ามแดน ตลอดการเดินทาง</li>
</ul>
<p></div><br />
<div style="width:47%; float: left; padding-right: 0; display: inline;" class="post_column_1"><p></p>
<h3>ราคานี้ไม่รวม:</h3>
<ul>
<li>ค่าใช้จ่ายส่วนตัวของผู้เดินทาง</li>
<li>ครื่องดื่มนอกเหนือจากชุดอาหารที่ได้จัดไว้ให้</li>
<li>ค่าซักผ้า</li>
<li>ค่าโทรศัพท์</li>
<li>ค่ารถบริการนอกเหนือจากเวลาปกติตามรายการ</li>
</ul>
<p></div><div style="clear: both;"></div></p>
<h3>หมายเหตุ:</h3>
<ul>
<li>ท่านอาจเลือกเดินทางโดยเครื่องบินในขากลับจากหลวงพระบาง ถึง เวียงจันทน์ ซึ่งจะใช้เวลาในการเดินทางราว 40 นาที  เพิ่มค่าใช้จ่ายท่านละ 2,700 บาท</li>
<li>เด็กอายุไม่เกิน 10 ปีพักห้องเดียวกับผู้ปกครองคิด 75 % ของราคาเต็ม</li>
</ul>
<p><strong><span style="color: #3366ff;">สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อ</span> <span style="color: #ff9900;">Tropical Star Travel</span> :</strong><br />
โทร. 02 513 4913, 02 513 4996 ต่อ 102, 108, หรือ 086 014 5371, 080 0881876</p>
<a class="a2a_dd addtoany_share_save" href="http://www.addtoany.com/share_save?linkurl=http%3A%2F%2Fwww.tropicalstartravel.com%2F%3Fp%3D1016&amp;linkname=%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%99%E0%B9%8C%20%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%20%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%87%204%20%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%203%20%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%99"><img src="http://www.tropicalstartravel.com/wp-content/plugins/add-to-any/share_save_256_24.png" width="256" height="24" alt="Share/Bookmark"/></a>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tropicalstartravel.com/?feed=rss2&amp;p=1016</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ความงามแห่งวัฒนธรรมพม่า + พระธาตุอินทร์แขวน 6 วัน 5 คืน</title>
		<link>http://www.tropicalstartravel.com/?p=979</link>
		<comments>http://www.tropicalstartravel.com/?p=979#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 24 Sep 2009 05:40:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ทัวร์ต่างประเทศอื่น ๆ]]></category>

		<category><![CDATA[ทัวร์พม่า]]></category>

		<category><![CDATA[พม่า]]></category>

		<category><![CDATA[พระธาตุอินทร์แขวน]]></category>

		<category><![CDATA[พุกาม]]></category>

		<category><![CDATA[มัณฑะเลย์]]></category>

		<category><![CDATA[ย่างกุ้ง]]></category>

		<category><![CDATA[หงสาวดี]]></category>

		<category><![CDATA[เมียนมาร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tropicalstartravel.com/?p=979</guid>
		<description><![CDATA[สัมผัสความงามแห่งวัฒนธรรมพม่า ชมพระธาตุอินทร์แขวน นมัสการพระธาตุชเวมอดอที่เมืองหงสาวดี บินสู่มัณฑะเลย์ นมัสการ “พระพุทธรูปทองคำเนื้อนิ่ม” ล่องแม่น้ำอิรวดี ชมเมืองอัมราปุระ บินสู่พุกาม ดินแดนแห่งเจดีย์หมื่นองค์ บินกลับย่างกุ้งนมัสการเจดีย์ชเวดากอง เริ่มต้น 23,000 บาท]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<pre style="text-align: left;"><span style="color: #ff6600;">TOUR CODE: MM979</span></pre>
<h2 style="text-align: center;"><span style="color: #000080;">สัมผัสความงดงามแห่งวัฒนธรรมพม่า</span></h2>
<h3 style="text-align: center;"><span style="color: #000080;">กรุงเทพฯ – ย่างกุ้ง - พระธาตุอินทร์แขวน – มัณฑะเลย์  - พุกาม - หงสาวดี- ย่างกุ้ง - กรุงเทพฯ </span></h3>
<h3 style="text-align: center;"><span style="color: #000080;">6 วัน / 5 คืน</span></h3>
<h3><span style="color: #000080;"><span id="more-979"></span></span><span style="color: #ff6600;">วันที่  1 กรุงเทพฯ / ย่างกุ้ง / พระธาตุอินทร์แขวน (-L/D)</span></h3>
<p><a href="http://www.zarmani.com/images/photos/locations/kyaikhtiyo-stupa.jpg"><img class="alignleft" style="margin-left: 10px; margin-right: 10px;" title="golden rock" src="http://www.zarmani.com/images/photos/locations/kyaikhtiyo-stupa.jpg" alt="" width="131" height="203" /></a>10.20 เดินทางออกจากกรุงเทพฯ โดยสายการบิน แอร์บากัน เที่ยวบิน W9 604 เดินทางถึงสนามบินย่างกุ้งเวลา 11.10 หลังจากผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว นำท่านเดินทางไปชม<strong>พระธาตุอินทร์แขวน</strong> ซึ่งลักษณะเด่นของพระธาตุอินทร์แขวนคือ มีลักษณะเป็นก้อนหินสีทองขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชันอย่างหมิ่นเหม่เหมือนจะหล่นและท้าทายแรงดึงดูดของโลกโดยไม่ตกลงมาอย่างเหลือเชื่อ</p>
<p>รับประทานอาหารเย็นและเข้าพักโรงแรมในบริเวณพระธาตุ<br />
รับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารระหว่างทาง<br />
รับประทานอาหารเย็นที่ร้านอาหารในโรงแรมที่พัก</p>
<h3><span style="color: #ff6600;">วันที่ 2 พระธาตุอินทร์แขวน / หงสาวดี / ย่างกุ้ง / มัณฑะเลย์ (B/L/D)</span></h3>
<p>หลังจากรับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม พาทุกท่านลงจากเขาเพื่อที่จะเดินทางต่อไปยัง<strong>เมืองหงสาวดี</strong>ซึ่งเป็นเมืองของชาวมอญมาก่อนในอดีต เพื่อเที่ยวชมสัญลักษณ์ของหงสาวดี คือ <strong>พระธาตุชเวมอดอ</strong> หรือที่คนไทยนิยมเรียกตามชาวมอญว่า พระธาตุมุเตา เป็นพระธาตุที่อยู่มานานคู่กับเมือง เป็นพระธาตุศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองเชื่อว่าภายในได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าหลังจากนั้นแวะนมัสการ <strong>พระพุทธไสยาสน์ชเวเลยอง </strong>ซึ่งเป็นพระนอนที่งดงามที่สุดของพม่า ก่อนจะเดินทางกลับย่างกุ้งเพื่อนั่งเครื่องบินต่อไปยังเมืองมัณฑะเลย์ เครื่องบินนำทุกท่านถึง<strong>มัณฑะเลย์</strong>ในช่วงบ่าย นำทุกท่านเข้าพัก ณ โรงแรมในเมืองและพักผ่อนตามอัธยาศัย</p>
<p><img class="alignnone" title="Mutao" src="http://farm4.static.flickr.com/3461/3951060244_36cb20f3ae_m.jpg" alt="" width="170" height="225" /><img class="alignnone" style="margin-left: 10px; margin-right: 10px;" title="recline" src="http://farm3.static.flickr.com/2637/3951060802_409cf2891f.jpg" alt="" width="300" height="225" /></p>
<p>รับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหาร Hanthawaddy<br />
รับประทานอาหารเย็นที่ร้านอาหารในโรงแรม</p>
<h3><span style="color: #ff6600;">วันที่ 3 มัณฑะเลย์ / มินกุน / มัณฑะเลย์ (B/L/D)<br />
</span></h3>
<p>รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม ในช่วงเช้าพาท่านไปนมัสการ<strong>พระมหามัยมุนี</strong> อันเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สูงสุด 1 ใน 5 แห่งของพม่าถือเป็นต้นแบบพระพุทธรูปทองคำขนาดใหญ่ทรงเครื่องกษัตริย์ที่ได้รับการขนานนามว่า<strong> “พระพุทธรูปทองคำเนื้อนิ่ม”</strong> ที่พระเจ้ากรุงยะไข่ทรงหล่อขึ้นที่เมืองธรรมวดี เมื่อปี พ.ศ. 689 สูง 12 ฟุต 7 นิ้ว หุ้มด้วยทองคำเปลวหนา 2 นิ้ว ทรงเครื่องประดับทองปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 9 ฟุต ในช่วงบ่าย พาท่าน<strong>ล่องแม่น้ำอิรวดี</strong>เพื่อไปยังมินกุน หมู่บ้านเล็ก ๆ เพื่อชม<strong>มหาเจดีย์มินกุน</strong> เจดีย์องค์นี้ถ้าสร้างเสร็จจะมีความสูงถึง 165 เมตรและจะเป็นเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดบนแผ่นดินพม่า หากแต่สร้างไม่เสร็จ เจดีย์องค์นี้จึงถูกทอดทิ้งและกลายเป็นเจดีย์ร้างมาจนถึงปัจจุบัน</p>
<p><a href="http://www.zarmani.com/images/photos/locations/49840033_resize.jpg"><img class="alignnone" title="soft gold" src="http://www.zarmani.com/images/photos/locations/49840033_resize.jpg" alt="" width="264" height="171" /></a><a href="http://farm1.static.flickr.com/208/512131389_af83dedd85.jpg"><img class="alignnone" style="margin-left: 10px; margin-right: 10px;" title="U Bein Bridge" src="http://farm1.static.flickr.com/208/512131389_af83dedd85.jpg" alt="" width="245" height="171" /></a></p>
<p>รับประทานอาหารกลางวันที่ร้าน Mya Nanda<br />
และอาหารค่ำที่ร้าน Green Elephant</p>
<h3><span style="color: #ff6600;">วันที่ 4 มัณฑะเลย์ / อัมราปุระ / ซาเกียง / พุกาม (B/L/D)<br />
</span></h3>
<p>หลังจากรับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม ในช่วงเช้า พาท่านไปยัง <strong>อัมราปุระ</strong> เมืองหลวงเก่าของประเทศพม่าในช่วงศตวรรษที่ 18  พาท่านไปสัมผัสพลังศรัทธาแห่งพุทธศาสนาที่<strong>วัดมหกานดายอน</strong> ที่มีพระจำวัดอยู่กว่าหนี่งพันรูป เที่ยวชมหมู่บ้านทอผ้าใหมชมความงามของทะเลสาบ<strong> Taungthaman Lake</strong> และสะพาน<strong> U Bein Bridge</strong> ซึ่งเป็นสะำพานไม้ข้ามทะเลสาบมีความยาวประมาณ 1.5 กิโลเมตรได้มีอายุกว่า 150 ปี จากนั้นเดินทางไปยัง<strong>เมืองซาเกียง</strong> (Sagaing) เพื่อรับประทานอาหารกลางวัน แวะชมเมืองเล็กน้อยก่อนเดินทางไปสนามบินเพื่อเดินทางต่อไปยัง<strong>เมืองพุกาม</strong> เดินทางถึงเมืองพุกาม เช็คอินโรงแรม รับประทานอาหารเย็น แล้วพักผ่อนตามอัธยาศัย</p>
<p>รับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหาร Silver Sky Restaurant<br />
รับประทานอาหารเย็นที่ร้านอาหารที่โรงแรมที่พัก</p>
<h3><span style="color: #ff6600;">วันที่  5 พุกาม (B/L/D)<br />
</span></h3>
<p><img class="alignleft" style="margin-left: 10px; margin-right: 10px;" title="thousand" src="http://farm3.static.flickr.com/2464/3950182057_d345dea124.jpg" alt="" width="320" height="213" />รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม เริ่มต้นที่<strong>ดินแดนแห่งเจดีย์หมื่นองค์</strong>โดย ช่วงเช้าพาทุกท่านไปชม<strong>ตลาดเช้าเมืองพุกาม</strong> พร้อมนำท่านสัมผัสแหล่งโบราณสถานและประวัติศาสตร์ของอาณาจักรพุกาม <strong>ชมเจดีย์ชเวสิกอง</strong> (SHWEZIGON PAGODA) ซึ่งเป็นสถูปของพม่าโดยแท้ มีลักษณะเป็นสีทองขนาดใหญ่ ที่เชื่อว่าภายในพระทันตธาตุของพระพุทธเจ้า หลังจากนั้นชมความงดงามของ <strong>วัดกุบยางกี </strong>(GUBYAUKKYI TEMPEL) สร้างโดยพระโอรสของพระเจ้าจันสิทธะ สิ่งที่โดดเด่นคือ ภาพจิตกรรมฝาผนังที่งดงามที่สุดในพุกาม ที่ยังคงเหลืออยู่ จากนั้นพาท่านชมวัด <strong>HTILOMINLO</strong> ที่สันนิษฐานว่าน่าจะเพี้ยนมาจากคำว่า“ติโลกมงคล” จากนั้นพาท่านเที่ยวชม<strong>วัดชเวกุจี </strong>(SHWEGUGYI TEMPLE) แปลว่าถ้ำทองที่ยิ่งใหญ่งดงามด้วยสถาปัตยกรรมที่อยู่ในช่วงต่อของศิลปะพุกามยุคแรก และยุคหลัง หลังจากรับประทานอาหารกลางวัน พาท่านม <strong>วัดอนันดา</strong> (ANANDA TEMPLE) ซึ่งวิหารแห่งนี้นับได้ว่าเป็นวิหารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในพุกาม มีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสมีมุขยื่นออกไปทั้ง 4 ด้าน ซึ่งต่อมาเจดีย์แห่งนี้เป็นต้นแบบของสถาปัตยกรรมพม่าในยุคต้นของพุกาม และสิ่งที่น่าทึ่งของวิหารแห่งนี้ก็คือช่างได้ทำการส่องแสงสว่างเข้าไปในวิหาร เฉพาะให้ตรงองค์พระประธาน ทำให้มองดูโดดเด่น สวยงามมาก ช่วงเย็นชมการแสดงหุ่นกระบอกพม่าอันลือชื่อ</p>
<p><img class="alignnone" title="market" src="http://farm4.static.flickr.com/3505/3950961140_f8a147441a_m.jpg" alt="" width="240" height="160" /><img class="alignnone" style="margin-left: 10px; margin-right: 10px;" title="Buddha" src="http://farm3.static.flickr.com/2666/3950181487_74e254f340_m.jpg" alt="" width="240" height="160" /></p>
<p><img class="alignnone" title="pagoda" src="http://farm3.static.flickr.com/2625/3950181873_6ec8703076_m.jpg" alt="" width="240" height="160" /><img class="alignnone" style="margin-left: 10px; margin-right: 10px;" title="ananda" src="http://farm4.static.flickr.com/3531/3950960910_514e3d34d5_m.jpg" alt="" width="240" height="160" /></p>
<p><img class="alignnone" title="arch" src="http://farm4.static.flickr.com/3604/3950182603_aec85e08fe_m.jpg" alt="" width="240" height="180" /><img class="alignnone" style="margin-left: 10px; margin-right: 10px;" title="cart" src="http://farm4.static.flickr.com/3518/3950182463_f5a5460eb9_m.jpg" alt="" width="240" height="180" /></p>
<p>รับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหาร Sunset Garden ริมฝั่งแม่น้ำอิรวดี<br />
รับประทานอาหารเย็นที่ร้านอาหาร Nandar</p>
<h3><span style="color: #ff6600;">วันที่  6 พุกาม / ย่างกุ้ง / กรุงเทพฯ (B/L/-)<br />
</span></h3>
<p><img class="alignnone" title="shwedagon" src="http://farm4.static.flickr.com/3422/3951747235_b73e38ee35.jpg" alt="" width="500" height="375" /></p>
<p>รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม หลังจากนั้นเดินทางไปสนามบินเพื่อเดินทางไปเมืองย่างกุ้ง <strong>ชมเมืองย่างกุ้ง</strong>โดยรอบ <strong>ตลาดใบหยก</strong> พระนอนที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ เข้าเยี่ยมชม<strong>เจดีย์ชเวดากอง</strong>ที่ยิ่งใหญ่ หลังจากนั้นเดินทางไปที่สนามบินเพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสายการบิน แอร์บากัน เที่ยวบินที่ W9 606 ออกจากย่างกุ้งเวลา 20.50 และถึงกรุงเทพฯ เวลา 21.40</p>
<p>รับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหาร Green Elephant</p>
<p>***** เสร็จสิ้นการบริการ *****</p>
<h2>ราคา/ท่าน</h2>
<p><strong><table id="wp-table-reloaded-id-34-no-1" class="wp-table-reloaded wp-table-reloaded-id-34" cellspacing="1" cellpadding="0" border="0">
<thead>
	<tr class="odd row-1">
		<th class="column-1">โรงแรม</th><th class="column-2">1 ท่าน</th><th class="column-3">2 ท่าน</th><th class="column-4">3 ท่าน</th><th class="column-5">4 ท่าน</th><th class="column-6">5/6 ท่าน</th><th class="column-7">7/10 ท่าน</th><th class="column-8">11/14 ท่าน</th><th class="column-9">15/19+1 ท่าน</th><th class="column-10">20/24+1 ท่าน</th><th class="column-11">25/29+1 ท่าน</th><th class="column-12">30+1 ท่าน</th><th class="column-13">พักเดี่ยว</th>
	</tr>
</thead>
<tbody>
	<tr class="even row-2">
		<td class="column-1">Comfort</td><td class="column-2">63,800</td><td class="column-3">40,000</td><td class="column-4">35,000</td><td class="column-5">35,000</td><td class="column-6">35,000</td><td class="column-7">29,300</td><td class="column-8">26,000</td><td class="column-9">25,000</td><td class="column-10">24,000</td><td class="column-11">23,000</td><td class="column-12">n/a</td><td class="column-13">3,300</td>
	</tr>
	<tr class="odd row-3">
		<td class="column-1">Superior</td><td class="column-2">69,000</td><td class="column-3">43,000</td><td class="column-4">37,500</td><td class="column-5">37,500</td><td class="column-6">37,500</td><td class="column-7">32,000</td><td class="column-8">30,000</td><td class="column-9">28,000</td><td class="column-10">26,800</td><td class="column-11">25,700</td><td class="column-12">n/a</td><td class="column-13">5,800</td>
	</tr>
</tbody>
</table>
</strong></p>
<p><strong>Hotels / Category</strong></p>
<p><strong><table id="wp-table-reloaded-id-35-no-1" class="wp-table-reloaded wp-table-reloaded-id-35" cellspacing="1" cellpadding="0" border="0">
<thead>
	<tr class="odd row-1">
		<th class="column-1">City</th><th class="column-2">Comfort</th><th class="column-3">Superior</th>
	</tr>
</thead>
<tbody>
	<tr class="even row-2">
		<td class="column-1">Yangon</td><td class="column-2">Summit Parkview Hotel (superior)</td><td class="column-3">Kandawgyi Palace Hotel (superior)</td>
	</tr>
	<tr class="odd row-3">
		<td class="column-1">Bagan</td><td class="column-2">Thiripyitsaya Sakura Lodge (superior)</td><td class="column-3">Bagan Thande Hotel  (deluxe)</td>
	</tr>
	<tr class="even row-4">
		<td class="column-1">Mandalay</td><td class="column-2">Mandalay City Hotel (superior)</td><td class="column-3">Mandalay Hill Resort  (superior)</td>
	</tr>
	<tr class="odd row-5">
		<td class="column-1">Kyaikhtiyo</td><td class="column-2">Mountain Top (deluxe)</td><td class="column-3">Mountain Top (deluxe)</td>
	</tr>
</tbody>
</table>
</strong></p>
<h3><strong><strong>หมายเหตุ: ราคานี้ไม่รวมตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศ</strong></strong></h3>
<p><strong><span style="color: #3366ff;">สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อ</span> <span style="color: #ff9900;">Tropical Star Travel</span> :</strong><br />
โทร. 02 513 4913, 02 513 4996 ต่อ 102, 108, หรือ 086 014 5371, 080 0881876</p>
<a class="a2a_dd addtoany_share_save" href="http://www.addtoany.com/share_save?linkurl=http%3A%2F%2Fwww.tropicalstartravel.com%2F%3Fp%3D979&amp;linkname=%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%B2%20%2B%20%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%82%E0%B8%A7%E0%B8%99%206%20%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%205%20%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%99"><img src="http://www.tropicalstartravel.com/wp-content/plugins/add-to-any/share_save_256_24.png" width="256" height="24" alt="Share/Bookmark"/></a>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tropicalstartravel.com/?feed=rss2&amp;p=979</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ปรัมบานัน&#8230;. อัญมณีฮินดู</title>
		<link>http://www.tropicalstartravel.com/?p=970</link>
		<comments>http://www.tropicalstartravel.com/?p=970#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 23 Sep 2009 17:25:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[บทความท่องเที่ยว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tropicalstartravel.com/?p=970</guid>
		<description><![CDATA[เรื่องโดย&#8230; Wisith Chawalitanont
ความยิ่งใหญ่ของศิลปะขอม โดยเฉพาะอังกอร์วัด และอังกอร์ธมที่ถือเป็น ๑ ใน ๗ สิ่งมหัสจรรย์ยุคโบราณ แทบจะบดบังความงามและความยิ่งใหญ่ของโบราณสถานอื่นๆ ของศาสนาฮินดูในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้กระทั่งโบราณสถานแบบฮินดูบนเกาะชวากลางซึ่งเป็นต้นสายธารที่ศาสนาฮินดูได้มาลงหลักปักฐานตั้งแต่ต้นคริสต์ศตววาที่ ๗ ก็แทบจะไม่มีผู้คนกล่าวถึง ทั้งๆที่หากจะพิจารณาถึงความงดงามทางสถาปัตยกรรมและงานสลักภาพบนฝาผนังแล้วต้องถือว่าศิลปของชวาไม่เป็นสองรองใคร โดยเฉพาะมหาอาณาจักรจันทิปรัมบานัน นั้นเปรียบประดุจอัญมณีเม็ดงามของฮินดูที่ประดับอยู่บนเกาะชวาตอนกลางเลยทีเดียว

จันทิปรัมบานันตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองยอกยาการ์ตา ไปทางเมืองโซโลประมาณ ๑๗ กิโลเมตร กล่าวกันว่าในยุคอดีตอันรุ่งเรืองเมื่อกว่าพันปีที่แล้ว เกาะชวาปกครองโดยกษัตริย์ ๒ ราชวงศ์ คือราชวงศ์ไศเลนทรา ซึ่งนับถือศาสนาพุทธมหายาน มีอิทธิพลเหนือพื้นที่หมู่เกาะชวาตอนใต้ (เชื่อว่าน่าจะปกครองอาณาจักรศรีวิชัยที่ครอบคลุมมาถึงตอนใต้ด้ามขวานทองของไทยในปัจจุบันด้วย) และราชวงศ์มะตะมาน ที่นับถือศาสนาฮินดู ปกครองหมู่เกาะชวาทางเหนือ ทั้ง ๒ ราชวงศ์ได้สร้างศาสนสถานให้โลกได้จารึกไว้คือ หมู่เทวาลัยเดียง พลาโต ดินแดนแห่งเทพเจ้าของศาสนาฮินดู ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ ๗ และ บุโรพุทโธ มหาเจดีย์แห่งพุทธศาสนามหายาน ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ ๘-๙
การกำเนิดขึ้นและดำรงอยู่บนแผ่นดินเดียวกันของ ๒ ศาสนาบนหมูเกาะชวาคือแบบจำลองของการเผยแผ่ศาสนาในประเทศอินเดียโบราณ ที่ทั้งศาสนาพุทธและศาสนาฮินดูต่างเติบใหญ่และเผยแผ่หลักปรัชญาแห่งศาสนาตนออกไปสู่ดินแดนต่างๆ หากศึกษาในเชิงศาสนาเปรียบเทียบแล้วจะพบว่า ศาสนาฮินดูคือพัฒนาการของศาสนาพราหมณ์ที่พยายามปรับตัวจากความเสื่อมถอยและล้มเหลวจากระบบการแบ่งแยกชั้นวรรณะที่กดขี่ประชาชนส่วนใหญ่ที่อยู่ในวรรณะศูทรและจัณทาล โดยยุคของศาสนาฮินดูเน้นการบูชาเทพเจ้าที่เรียกตรีมูรติ อันหมายถึงพระพรหมณ์ ผู้สร้างโลก พระนารายณ์ผู้คุ้ครองโลก พระอิศวรผู้ทำลาย โดยได้กล่าวอ้างว่าพระพุทธเจ้าก็คืออวตารหนึ่งของพระนารยณ์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span id="more-970"></span>เรื่องโดย&#8230; Wisith Chawalitanont</p>
<p>ความยิ่งใหญ่ของศิลปะขอม โดยเฉพาะอังกอร์วัด และอังกอร์ธมที่ถือเป็น ๑ ใน ๗ สิ่งมหัสจรรย์ยุคโบราณ แทบจะบดบังความงามและความยิ่งใหญ่ของโบราณสถานอื่นๆ ของศาสนาฮินดูในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้กระทั่งโบราณสถานแบบฮินดูบนเกาะชวากลางซึ่งเป็นต้นสายธารที่ศาสนาฮินดูได้มาลงหลักปักฐานตั้งแต่ต้นคริสต์ศตววาที่ ๗ ก็แทบจะไม่มีผู้คนกล่าวถึง ทั้งๆที่หากจะพิจารณาถึงความงดงามทางสถาปัตยกรรมและงานสลักภาพบนฝาผนังแล้วต้องถือว่าศิลปของชวาไม่เป็นสองรองใคร โดยเฉพาะมหาอาณาจักรจันทิปรัมบานัน นั้นเปรียบประดุจอัญมณีเม็ดงามของฮินดูที่ประดับอยู่บนเกาะชวาตอนกลางเลยทีเดียว</p>
<p><img class="alignnone" title="prambanan" src="http://farm3.static.flickr.com/2457/3576159843_afab8c45e1.jpg" alt="" width="500" height="375" /></p>
<p>จันทิปรัมบานันตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองยอกยาการ์ตา ไปทางเมืองโซโลประมาณ ๑๗ กิโลเมตร กล่าวกันว่าในยุคอดีตอันรุ่งเรืองเมื่อกว่าพันปีที่แล้ว เกาะชวาปกครองโดยกษัตริย์ ๒ ราชวงศ์ คือราชวงศ์ไศเลนทรา ซึ่งนับถือศาสนาพุทธมหายาน มีอิทธิพลเหนือพื้นที่หมู่เกาะชวาตอนใต้ (เชื่อว่าน่าจะปกครองอาณาจักรศรีวิชัยที่ครอบคลุมมาถึงตอนใต้ด้ามขวานทองของไทยในปัจจุบันด้วย) และราชวงศ์มะตะมาน ที่นับถือศาสนาฮินดู ปกครองหมู่เกาะชวาทางเหนือ ทั้ง ๒ ราชวงศ์ได้สร้างศาสนสถานให้โลกได้จารึกไว้คือ หมู่เทวาลัยเดียง พลาโต ดินแดนแห่งเทพเจ้าของศาสนาฮินดู ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ ๗ และ บุโรพุทโธ มหาเจดีย์แห่งพุทธศาสนามหายาน ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ ๘-๙</p>
<p>การกำเนิดขึ้นและดำรงอยู่บนแผ่นดินเดียวกันของ ๒ ศาสนาบนหมูเกาะชวาคือแบบจำลองของการเผยแผ่ศาสนาในประเทศอินเดียโบราณ ที่ทั้งศาสนาพุทธและศาสนาฮินดูต่างเติบใหญ่และเผยแผ่หลักปรัชญาแห่งศาสนาตนออกไปสู่ดินแดนต่างๆ หากศึกษาในเชิงศาสนาเปรียบเทียบแล้วจะพบว่า ศาสนาฮินดูคือพัฒนาการของศาสนาพราหมณ์ที่พยายามปรับตัวจากความเสื่อมถอยและล้มเหลวจากระบบการแบ่งแยกชั้นวรรณะที่กดขี่ประชาชนส่วนใหญ่ที่อยู่ในวรรณะศูทรและจัณทาล โดยยุคของศาสนาฮินดูเน้นการบูชาเทพเจ้าที่เรียกตรีมูรติ อันหมายถึงพระพรหมณ์ ผู้สร้างโลก พระนารายณ์ผู้คุ้ครองโลก พระอิศวรผู้ทำลาย โดยได้กล่าวอ้างว่าพระพุทธเจ้าก็คืออวตารหนึ่งของพระนารยณ์ ผู้ลงมาเผยแผ่ธรรมบนโลกมนุษย์ ในขณะที่พุทธศาสนามหายานยุคนั้นก็มุ่งการบูชาพระโพธิสัตว์ การสวดอ้อนวอน ประกอบพิธีกรรมและเน้นแต่งตำนานความเชื่อโบราณของพระโพธิสัตว์ในภาคต่างๆ พุทธศาสนามหายานจึงขยับเข้าใกล้ศาสนาฮินดูเข้าไปทุกที การดำรงอยู่ของทั้ง ๒ ศาสนาจึงดูกลมกลืนพึงพากัน ไม่ถึงขั้นต้องปะทะห่ำหั่นกัน การนับถือศาสนาที่แตกต่างกันของกษัตริย์ทั้ง ๒ ราชวงศ์บนเกาะชวาจึงสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ</p>
<p><img class="alignnone" title="candi" src="http://farm4.static.flickr.com/3412/3576957484_14e40f2b89_m.jpg" alt="" width="240" height="180" /><img class="alignnone" style="margin-left: 10px; margin-right: 10px;" title="candi 2" src="http://farm4.static.flickr.com/3625/3576973388_dab6901144_m.jpg" alt="" width="240" height="180" /></p>
<p><img class="alignnone" title="prang" src="http://farm4.static.flickr.com/3317/3576966456_905e18f2a4_m.jpg" alt="" width="173" height="229" /><img class="alignnone" style="margin-left: 10px; margin-right: 10px;" title="candi 3" src="http://farm4.static.flickr.com/3361/3576171263_e559a873e3_m.jpg" alt="" width="306" height="230" /></p>
<h2>มหาอาณาจักรปรัมบานัน&#8230;สายใยรักแห่ง ๒ ศาสนา</h2>
<p>มหาอาณาจักรปรัมบานัมในอดีตคือศูนย์รวมศาสนสถานที่ยิ่งใหญ่ มีทั้งเทวสถานในศาสนาฮินดู วัดและเจดีย์แบบพุทธมหายาน เป็นกลุ่มๆ มีพื้นที่ครอบคลุมในรัศมี ๕ กิโลเมตร ลักษณะทางสถาปัตยกรรมจะผสมผสานระหว่างศาสนสถานแบบฮินดูและพุทธมหายานจากประเทศอินเดียและเนปาล เชื่อกันว่ากลางยุคคริสต์ศตวรรษที่ ๙ เจ้าชายระตู ปิกะตัน (Rakai Pikatan) ราชบุตรของระตู กะรุง รักขรายัน แห่งราชวงศ์มะตะราม ได้ทำพิธีอภิเศกสมรสกับเจ้าหญิงปราชโมทวรรชนี ธิดาของมหาราชสมรตุงคะเทวะ แห่งราชวงศ์ไศเลนทรา โดยพระองค์ได้สร้างจันทิปรัมบานันเพื่อเป็นที่ปฏิบัติบูชาตรีมูรติ และสร้างหมู่เจดีย์พลาซัน (Plaosan Temple) ให้มเหสีเป็นที่ปฏิบัติศาสนากิจ จึงเป็นเหตุให้ศาสนสถานของฮินดูและพุทธมหายานอยู่เป็นกลุ่มรวมกันในอาณาเขตของมหาอาณาจักรปรัมบานัน และน่าจะเป็นเหตุให้ช่างของทั้ง ๒ ฝ่ายได้ผสมผสานรูปแบบทางสถาปัตยกรรม และฝีมือการสลักภาพบนฝาผนัง</p>
<p>ฉันยืนมองแผนผังของมหาอาณาจักปรัมบานันในศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยวและเพ่งมองไปยังลานกว้างเขียวขจีที่เห็นหมู่ปราสาทอยู่ไกลๆแล้ว ทำให้อดจินตนาการถึงความสงบร่มเย็นบนพื้นแผ่นดินเบื้องหน้าเมื่อกว่าพันปีที่ศาสนาทั้ง ๒ กำลังเบ่งบานในจิตใจของผู้คน จินตนาการถึงผู้คนที่แต่งตัวอย่างประณีตบรรจงบ้างถือดอกไม้และพวงมาลัยหลากสี บ้างกระเตงใส่เอว บ้างทูนอยู่เหนือศีรษะเดินเป็นขบวนแถวยาวมุ่งสู่ศาสนสถานของตน เพื่อบำเพ็ญเพียรตามหลักปรัชญาแห่งศาสนาที่ตนนับถือศรัทธา ท่ามกลางเหล่าเทวาลัยและหมู่เจดีย์ที่ตั้งตระหง่านกระจัดกระจายไปทั่วเมือง คงเป็นภาพที่อลังการและยิ่งใหญ่ไม่แพ้เหล่าเทวาลัยของขอมในเมืองเขมรเป็นแน่แท้ น่าเสียดายที่ลักษณะทางภูมิศาสตร์ของดินแดนแห่งนี้ตั้งอยู่บนรอยเลื่อนของแผ่นดินไหว และภูเขาไฟ ส่งผลให้ในอีก ๒ ศตวรรษต่อมาเมื่อเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ และการพิโรธของภูเขาไฟเมราปี (Merapi) ผู้คนต้องอพยพย้ายถิ่นฐานไปทางหมู่เกาะชวาตะวันออก ทิ้งให้อาณาจักรปรัมบานันเสียหายย่อยยับอยู่ใต้เถ้าฝุ่นภูเขาไฟและถูกทิ้งร้าง</p>
<h2>กำเนิดแห่งปรัมบานัน (Candi Prambanun)</h2>
<p>ปรัมบานันมีชื่อเรียกขาน (ภาษาถิ่น) อีกอย่างหนึ่งว่า &#8220;โลโร จงกรัง&#8221; (Loro Jonggrang) โลโร จงกรังภาษาถิ่นหมายถึงสาวร่างอรชร มีที่มาจากตำนานพื้นบ้านซึ่งเกี่ยวพันกับรูปสลักของเจ้าแม่ทุรคา (Durga) จะได้กล่าวถึงต่อไป</p>
<p>หมู่เทวาลัยปรัมบานัน เป็นเทวาลัยของศาสนาฮินดู นิกายไศวะนิกาย เริ่มก่อสร้างหลังจากมหาเจดีย์บุโรพุทโธ ประมาณ ๕๐ ปี มีกำแพงแบ่งเป็น ๓ ชั้น ชั้นนอกสุด เป็นพื้นที่กว้างขนาดใหญ่ รายละเอียดไม่ปรากฏชัด เข้าใจว่าเป็นที่อยู่ของพราหมณ์และนักบวชผู้ดูแลหรืออาราม(ASHRAM)สำหรับการศึกษาหลักศาสนา น่าจะก่อสร้างด้วยวัสดุพวกอิฐดินเผาหรือไม้จึงไม่เหลือซากปรากฏให้เห็น ชั้นกลาง พื้นที่ขนาดประมาณ ๒๒๒ เมตร * ๒๒๒ เมตร เป็นส่วนสำหรับสามัญชนมาประกอบพิธีกรรม ประกอบด้วยเทวาลัยขนาดเล็กกว้าง ๖ เมตร ยาว ๖ เมตร สูง ๑๔ เมตร เรียงเป็นแถว ๔ แถว ยกระดับลดหลั่นกันไป รวม ๒๒๔ หลังเรียกเทวาลัยเพอวารา (Candi Perwara) เทวาลัยส่วนใหญ่พังทลายลงหมดจะเหลือก็แต่เพียงส่วนฐานของเทวาลัยเท่านั้น ชั้นในสุดจะยกระดับสุงขึ้น พื้นที่เป็นสี่เหลี่ยมจตุรัสมีกำแพงล้อมรอบ มีประตูทางเข้า ๔ ทิศ เป็นเขตที่จำกัดสำหรับกษัตริย์และบุคคลชั้นสูงเข้าเท่านั้น มีเทวาลัยขนาดใหญ่ทั้งหมด ๘ หลัง โดยเทวลัยขนาดใหญ่ ๓ หลังที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงกลาง เทวาลัยตรีมูรติ เพื่อถวายเทพผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง ๓ ของศาสนาฮินดู คือจันทิพระวิษณุ(เทพผู้คุ้มครอง)อยู่ทางทิศเหนือ จันทิพระศิวะ(เทพผู้ทำลาย)อยู่ตรงกลางมีขนาดใหญ่สุด และจันทิพระพรหม(เทพผู้สร้าง)อยู่ทางทิศใต้ โดยปราสาทจะหันหน้าไปทางทิศตะวันออกทั้งหมด แถวหน้าจะเป็นปราสาทที่มีขนาดย่อมลงมาหน่อยสำหรับพาหนะของเทพทั้งสามชึ่งตรงกับด้านหน้าของ จันทิของเทพทั้งสาม มีจันทิครุฑ (Candi Garuda) พาหนะของพระวิษณุ อยู่ทิศเหนือ จันทิโคนนทิ (Candi Nandi) พาหนะของพระศิวะ อยู่ตรงกลาง และจันทิหงส์ (Candi Angsa) พาหนะของพระพรหมณ์ทางทิศใต้ จันทิเหล่านี้จะหันหน้าไปทางทิศตะวันตก เทวาลัยใหญ่อีก 2 หลัง เรียก Candi APIT จะอยู่ที่ขอบทางทิศเหนือและใต้ และส่วนปราสาทเล็กจะอยู่ที่ 4 มุม เรียกจันทิ ปาตอก (Candi Patok) และ 4 ทางเข้าเรียกจันทิเคลีย (Candi Kelir)เหล่าจันทิหลักในเขตกำแพงนั้นจะมีรูปทรงคล้ายกัน มีเจดีย์ทรงกลีบมะเฟือง ซึ่งได้รับอิทธิพลจากประเทศอินเดีย</p>
<h2>จันทิศิวะ (Candi Shiva)</h2>
<p>จันทิศิวะถือเป็นศูนย์กลางของกลุ่มเทวาลัยปรัมบานัน ใหญ่ที่สุดและงดงามที่สุดในบรรดาหมู่ปราสาท ปรัมบานัน และยังกล่าวได้ว่าใหญ่ที่สุดในชวาอีกด้วย ที่เป็นเช่นนี้เพราะกษัตริย์ทรงนับถือไศวะนิกายซึ่งนับถือพระอิศวรเป็นเทพสูงสุดยิ่งกว่าเทพใดๆ องค์เทวาลัยมีขนาดกว้าง ๓๔ เมตร ยาว ๓๔ เมตร สูง ๔๗ เมตร ภายจะแยกเป็นห้อง ๕ ห้อง แต่ละห้องทั้งสี่ทิศจะเชื่อมถึงโถงกลาง ห้องด้านทิศตะวันออกต่อเนื่องถึงโถงกลางจะประดิษฐานรูปสลักของพระศิวะยืนอยู่บนฐานโยนี (แทนที่จะเป็นรูปศิวลึงค์ตามที่เรามักจะเห็นตามเทวาลัยอื่นๆ) ห้องด้านทิศเหนือจะปรดิษฐานรูปสลักเจ้าแม่ทุรคา (Durga) ซึ่งเป็นภาคดุร้ายของพระอุมามเหสีห้องด้านทิศใต้ประดิษฐานรูปสลักฤาษีอกาศตยา (Rishi Agastya) ซึ่งเป็นอาจารย์ และ ห้องด้านทิศตะวันตกปรดิษฐานรูปสลักพระพิฆคเณศร์บุตรของพระศิวะ ส่วนยอดของปราสาทเป็นทรงระฆังคว่ำต่างจากเทวาลัยฮินดูที่พบเห็นกันทั่วไป เข้าใจว่าได้รับอิทธิพลจากบุโรพุทโธมหาเจดีย์ของพุทธมหายาน</p>
<p>ขอกล่าวถึงเกล็ดตำนานของไศวะนิกายซึ่งจะยึดถือพระศิวะเป็นเทพผู้ก่อกำเนิดเทพองค์อื่นๆ เหตุมาจากทรงมีพระประสงค์จะสร้างสวรรค์และโลก ซึ่งถือว่าเป็นงานใหญ่นัก จึงได้ทรงต้องการผู้ช่วย โดยการนำหัตถ์ซ้ายมาลูบหัตถ์ขวา จึงบังเกิดเป็นเทพชื่อ “พระวิษณุ” หรือ “พระนารายณ์” พระอิศวรได้สอนศิลปะต่างๆ ให้กับพระวิษณุ ในทุกด้าน และให้ประทับอยู่ ณ เกษียรสมุทร เมื่อเกิดเหตุร้ายในโลกมนุษย์ หรือสวรรค์เมื่อใด พระวิษณุก็จะมีหน้าที่ไปปราบปรามเหล่าอสูร และผู้ประสงค์ร้ายนั้น ๆ และเมื่อนำพระหัตถ์ขวามาลูบพระอุระจึงบังเกิดผู้หญิงที่งดงามอย่างยิ่ง ซึ่งก็คือพระอุมาเทวีพระองค์จึงรับไว้เป็นพระมเหสีเสียเอง</p>
<p>พระอุมาเทวีมีอีกภาคหนึ่งชื่อทุรคา (Durga) หรือที่ชาวเมืองชวาเรียกว่า โลโร จงกรัง Loro Jonggrang ซึ่งตามตำนานของชาวชวากล่าว่าพระองค์เป็นเจ้าหญิงธิดาของกษัตริย์ Boko ที่ถูกสาปให้กลายเป็นหิน โดยผู้ชายที่ทรงอำนาจที่สุดชื่อ Bandung Bondowoso ที่ต้องการจะแต่งงานกับพระองค์แต่พระองค์ไม่ได้รักจึงหาทางหลีกเลี่ยงการแต่งงาน โดยประกาศว่าจะแต่งงานด้วยถ้าเขาสามารถสร้างปราสาท 1000 หลังเสร็จภายในคืนเดียว Bandung Bondowoso มีอำนาจเวทมนตร์จึงคิดว่าเป็นงานที่ไม่ยากจึงตกลงรับคำท้า ตกกลางคืนจึงได้ร่ายมนต์เรียกเหล่าภูติผีปีศาจให้ขึ้นมาทำการก่อสร้าง เมื่อสร้างปราสาทเสร็จ 999 หลัง โลโร จงกรัง ตกใจรีบสั่งให้ผู้หญิงในหมู่บ้านทางตะวันออกจุดไฟให้สว่างและทำเสียงดังเหมือนกับกำลังเริ่มประกอบภาระกิจประจำวันยามเช้า เหล่าที่ภูติผีปีศาจถูกเสกขึ้นมาด้วยเวทมนตร์เพื่อช่วยสร้างปราสาทพอเห็นแสงสว่างและได้ยินเสียงไก่ขันก็ตกใจรีบหนีแสงอาทิตย์ไปกันหมด ต่อมาภายหลัง Bandung Bondowoso รู้ว่าเป็นอุบายของนาง ด้วยความโกรธจึงสาปนางให้เป็น รูปสลักของเจ้าแม่ทุรกา หรือ โลโร จงกรัง ในเทวาลัยนี้ ถือว่างดงามที่สุดในบรรดารูปสลักในกลุ่มเทวาลัยปรัมบานัน</p>
<p>การชมจันทิศิวะเมื่อขึ้นบันไดมาถึงกำแพงระเบียงชั้นนอก จะพบภาพสลักลอยตัวที่มีความงดงามและคมชัดยิ่งนักภาพแต่ละภาพอ่อนช้อยมีชีวิตชีวาประดุจจะลอยออกมาจากฝาผนัง ถือเป็นเอกลักษณ์ของช่างชาวชวาที่ยังคงตกทอดมาถึงศิลปะการแกะสลักบนเกาะบาหลีอันเลื่องลือในปัจจุบัน ภาพแกะสลักดังกล่าวเป็นเรื่องรามายณะ ๔๑ ภาพเริ่มตั้งแต่พระวิษณุอวตารลงมาเป็นพระรามเพื่อปราบทศกัณฑ์ จนถึงตอนที่หนุมาณใช้หินถมทะเลทำทางข้ามไปยังกรุงลงกา เราสามารถชมได้โดยเดินเวียนขวาหรือตามเข็มนาฬิกาจากด้านหน้าปราสาท</p>
<p><img class="alignnone" title="wishnu" src="http://farm4.static.flickr.com/3342/3576971096_d592a89602_m.jpg" alt="" width="307" height="230" /><img class="alignnone" style="margin-left: 10px; margin-right: 10px;" title="Kinnorn" src="http://farm4.static.flickr.com/3354/3576954680_f15a9b7a88_m.jpg" alt="" width="173" height="231" /></p>
<p>นอกจากนี้ก็ยังมีลวดลายที่เป็นแบบฉบับของ ปรัมบานันโดยเฉพาะ อาทิ ซุ้มรูปสิงห์ที่มีต้นกัลปพฤกษ์อยู่ทั้ง ๒ ข้าง และมีรูปกินนรนั่งอยู่ข้างต้นกัลปพฤกษ์ รูปต้นกัลปพฤกษ์มีนกเกาะอยู่ ๒ ข้าง และที่ขาดไม่ได้คือสัญญลักษณ์หน้ากาลรูปยักษ์จมูกโตอวบอ้วน เป็นต้น</p>
<h2>จันทิวิษณุ (Candi Vishnu)</h2>
<p>จันทิวิษณุ มีลักษณะเหมือนกับจันทิศิวะ แต่มีขนาดเล็กกว่ามีขนาด กว้าง ๒๐ เมตร ยาว ๒๐ เมตร สูง ๓๗ เมตร มีห้องเพียงห้องเดียวเป็นโถงกลาง บรรจุรูปสลักพระวิษณุ ตามตำนานพระวิษณุ (นารายณ์) เทพผู้คุ้มครองโลก ความเชื่อของชาวฮินดูพระองค์ คือเทพทำหน้าที่บริหารหรือเป็นผู้คุ้มครองโลกที่สำคัญ “พระวิษณุ” หรือ “พระนารายณ์” ถือได้ว่าแตกฉานศิลปะต่าง ๆ ในทุกด้าน เมื่อเกิดเหตุร้ายในโลกมนุษย์ หรือสวรรค์เมื่อใด พระวิษณุก็อวตารลงมายังโลกมนุษย์หรือสวรรค์ปรากฏตนในปางต่างๆกัน ๑๐ ปาง (บางตำนานยังแยกย่อยไปถึง ๒๒ ภาค) จึงได้รับความเคารพนับถือจากเหล่าเทวดาและมนุษย์มาก ภาคอวตารที่เด่นๆและปรากฏในศิลปะของชวาและภาพสลักบนผนังของเหล่าเทวาลัยฮินดูในชวาคือ ปางที่ ๘ รามาวตาร (อวตารเป็นมนุษย์ชื่อพระราม ในมหากาพย์รามายนะ) ซึ่งจะเป็นภาพสลักที่เดินเรื่องเป็นหลักในจันทิปรัมบานันแห่งนี้ในผนังของจันทิศิวะและจันทิพราหมณ์ และปางที่ ๙ กฤษณาวตาร (อวตารเป็นพระกฤษณะในมหากาพย์เรื่องมหาภรารตยุทธ์) ซึ่งจะปรากฏเป็นภาพสลักบนผนังกำแพงของจันทิวิษณุภาพ เรื่องราวตอนนี้เกี่ยวกับอวตารของพระนารายณ์ปรางมาเป็นพระกฤษณะเพื่อสั่งสอนหลักภควัตคีตาอันเป็นแก่นของหลักธรรมศาสนาฮินดูให้แก่อรชุนผู้นำของพี่น้องปาณฑพแห่งจันทรวงศ์ตระหนักถึงหน้าที่ของตนในฐานะนักรบและกษัตริย์ ขณะทรงหดหู่และท้อถอยพระทัยที่ต้องนำทัพออกทำสงครามชิงเมืองกับเจ้าชายทุรโยชน์ ผู้นำพี่น้องฝ่ายเการพ แห่งจันทรวงศ์เช่นกัน เพราะทรงเห็นว่าล้วนเป็นพระญาติกันทั้งสิ้นในมหากาพย์มหาภารตะ แต่ภาพบางส่วนขาดหายไปจึงทำให้เรื่องราวก็ไม่ค่อยปะติดปะต่อกัน</p>
<p>ปางที่ ๑๐ กัลกยาวตาร (อวตารเป็นมนุษย์เรียกว่า วีรบุรุษขี่ม้าขาว) ปางนี้เป็นปางที่ยังไม่เกิดขึ้น ถือเป็นปางที่ทรงเป็นมหาบุรุษขี่ม้าขาวถือดาบทำลายศัตรูของมนุษย์เพื่อปราบกลียุคในยุคที่สังคมเสื่อมทรามขาดหลักธรรมทางศาสนายึดเหนี่ยวจิตสำนึกแห่งความดีงาม บางตำนานจึงได้กล่าวอ้างว่าปางนี้คืออวตารเป็นพระพุทธเจ้าศรีอริยเมตไตรย์ที่จะมาโปรดสัตว์หลังจากวันสิ้นโลก ซึ่งถือว่าศาสนาพุทธก็คือส่วนหนึ่งของฮินดูนั่นเอง</p>
<h2>จันทิพรหม (Candi Brahma)</h2>
<p>จันทิพรหม มีลักษณะและขนาดเท่ากับจันทิพระวิษณุ มีห้องเดียวเป็นโถงกลางเช่นกัน มีรูปสลักพระพรหมบรรจุอยู่ภายใน ภาพบนกำแพงจะเป็นเรื่องรามายณะต่อเนื่องจากปราสาทพระศิวะไปจนจบเรื่อง</p>
<p>อินเดียสมัยโบราณ พระพรหมถือเป็นเทพผู้สร้างโลก ได้รับการยกย่องโดยพวกพรหม ให้มีฐานะเท่าเทียมกับพระวิษณุ (ผู้คุ้มครองโลก) และพระศิวะ (ผู้ทำลายโลก) วิวัฒนาการทางความเชื่อทางศาสนา และศิลปกรรมของอินเดียมีการ เปลี่ยนแปลง ตามแคว้นต่าง ๆ เสมอรวมถึงการเปลี่ยนแปลงตามประเพณีความเชื่อในช่วงสมัยนั้น ๆ โดยมีการนับถือนิกายต่างกันไป กล่าวสำหรับ ไศวะนิกาย และไวษณพนิกาย ที่ให้ความเคารพนับถือพระศิวะ และ พระวิษณุเป็นพิเศษ จึงลดความศรัทธาและความเชื่อถือพระพรหมลง ตามความเชื่อของไศวะนิกายถือว่าพระพรหมกำเนิดจากดอกบัวที่ผุดขึ้นมาจากพระนาภีของพระนารายณ์ขณะบรรทมบนพระอนันตนาคราช (ปรางนารายณ์บรรทมสินธุ์นั่นเอง) จากการแข่งขันกันทางด้านความเชื่อ พระพรหมจึงกลายเป็นเทพองค์ที่บทบาทน้อยที่สุด คงเข้าตำราที่ว่าเรื่องราวของพรหมณ์ไม่ค่อยสนุกตื่นเต้นเหมือนเทพองค์อื่น ถือเป็นหนึ่งในมหาเทพทั้งสาม ที่มีศีลบริสุทธิ์ได้รับความเคารพนับถือจากสรรพสัตว์ จึงไม่มีเทวดาหรือมนุษย์เอาเรื่องไปเล่าลือกันเล่น ๆ ไม่ว่าจะในทางยกย่องหรือเสื่อมเสีย เมื่อท่านเป็นมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่มีพระทัยดี มีเมตตา กรุณาและมุทิตา ถ้าถูกตำหนิติเตียนหรือนิยมชมชอบประการใดก็จะทำใจอุเบกขา ไม่หวั่นไหวต่อคำนินทาหรือสรรเสริญทั้งหลายทั้งปวง ตามหลักธรรมของพระพรหม ที่เรียกว่า พรหมวิหาร ๔ อันเป็นธรรมะของผู้หลักผู้ใหญ่ และครูบาอาจารย์โดยทั่วไปกระมัง</p>
<p>จันทิปรัมบานันได้เริ่มมีการบูรณะตั้งแต่ปี คศ. ๑๙๓๗ จนกระทั่งปี คศ. ๑๙๘๗ ปราสาทพระพรหมจึงเสร็จสมบูรณ์ องค์การยูเนสโกได้ทำการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกใน ปี ค.ศ.๑๙๙๑</p>
<p>อาณาจักรจันทิปรัมบานัน นอกจากมีเหล่าเทวาลัยของศาสนาฮินดูแล้ว ยังมีวัดและเจดีย์แห่งพุทธมหายานผสมผสานอยู่เป็นกลุ่มๆ สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองและความสงบร่มเย็นในอดีตกาล เช่น ด้านทิศเหนือ มี Bubrah Temple, Lumbung Temple และ Sewu Temple ซึ่งเป็นศาสนสถานแบบพุทธ<br />
ด้านทิศตะวันออก มี Plaosan Temple ซึ่งเป็นทั้งวัดและเจดีย์แบบพุทธขนาดใหญ่ที่สร้างให้แก่พระมเหสี ปัจจุบันได้รับการบูรณะบางส่วน</p>
<p>ด้านทิศตะวันตก มี Candi Sambisari, CandiGebang, Candi Kedulan และ Candi Gana ซึ่งเป็นเทวาลัยของฮินดูและมี Sambisari Temple, Sari Temple และ Kalasan Temple เป็นศาสนสถานแบบพุทธ</p>
<p>ด้านทิศใต้ มี Candi Ratu Boko, Candi Barong และ Candi Ijo เทวาลัยของฮินดูอยู่บนเขาและมี Banyunibo Templeและ Arca Bugisan Temple ซึ่งเป็นศาสนสถานแบบพุทธ</p>
<p>การได้เดินชมจันทิปรัมบานันพร้อมกับได้รู้เกล็ดตำนานแห่งของเหล่าเทพในศาสนาฮินดูและเรื่องราวพื้นเมือง ช่วยเพิ่มความรื่นรมย์และตระหนักถึงคุณค่าแห่งร่องรอยอดีตมากยิ่งขึ้น หินแต่ละก้อน รอยสลักแต่ละรอยที่หลอมรวมเป็นอาณาจักรปรัมบานัน ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างอันน่าอัศจรรย์ เป็นอัญมณีที่แสดงให้เห็นถึงพลังสร้างสรรค์และพลังแห่งศรัทธาของมนุษยชาติ แม้จะเสียดายที่การเที่ยวชมครั้งนี้จันทิปรัมบานันกำลังอยู่ระหว่างการบูรณะเพราะผลพวงจากแผ่นดินไหวในปี คศ, ๒๐๐๖ ทำให้จันทิศิวะและจันทิพรหมได้รับความเสียหายไม่สามารถขึ้นไปชมข้างในได้ แต่ถึงกระนั้นผลงานแห่งอดีตในยุคกว่าหนึ่งพันปีที่มนุษย์ได้รังสรรค์ขึ้นมาด้วยสมองและจิตศรัทธาอันแรงกล้าอย่างที่ปรากฏอยู่ก็ยังน่าอัศจรรย์ยิ่งใหญ่อยู่ดี</p>
<a class="a2a_dd addtoany_share_save" href="http://www.addtoany.com/share_save?linkurl=http%3A%2F%2Fwww.tropicalstartravel.com%2F%3Fp%3D970&amp;linkname=%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%99%26%238230%3B.%20%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%A1%E0%B8%93%E0%B8%B5%E0%B8%AE%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B9"><img src="http://www.tropicalstartravel.com/wp-content/plugins/add-to-any/share_save_256_24.png" width="256" height="24" alt="Share/Bookmark"/></a>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tropicalstartravel.com/?feed=rss2&amp;p=970</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>บุโรพุทโธ&#8230;มหาเจดีย์มหัศจรรย์แห่งศรัทธา</title>
		<link>http://www.tropicalstartravel.com/?p=945</link>
		<comments>http://www.tropicalstartravel.com/?p=945#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 23 Sep 2009 05:04:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[บทความท่องเที่ยว]]></category>

		<category><![CDATA[Indonesia]]></category>

		<category><![CDATA[Yogyakarta]]></category>

		<category><![CDATA[ที่ราบสูงเดียง]]></category>

		<category><![CDATA[บุโรพุทโธ]]></category>

		<category><![CDATA[อินโดนีเซีย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tropicalstartravel.com/?p=945</guid>
		<description><![CDATA[เรื่องโดย&#8230; Wisith Chawalitanont
Read this article in English version
หาก ไม่นับสังเวชนียสถานทางตอนใต้ของประเทศเนปาลในปัจจุบันอันได้แก่สถานที่ ประสูติ, ตรัสรู้และปรินิพพานของพระพุทธเจ้า แล้ว..บุโรพุทโธ..มหาเจดีย์แห่งศรัทธา บนเกาะชวาของประเทศอินโดนีเซีย เป็นสถานที่ที่ชนชาวพุทธโดยเฉพาะนิกายมหายานใฝ่ฝันที่จะมาเยือนและคารวะสัก ครั้งหนึ่งในชีวิต บุโรพุทโธ&#8230;มหาเจดีย์แห่งศรัทธา เมืองยอกยาการ์ตาหนึ่งในมรดกตั้งแต่ปี คศ. ๑๙๙๑ คือสถาปัตยกรรมแบบพุทธมหายาน-ชวาที่น่ามหัศจรรย์ ใจกลางดินแดนที่ถือได้ว่าเป็นประเทศมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างประเทศอิน โดนีเซย การก่อกำเนิดของพุทธมหาเจดีย์แห่งนี้ จึงเป็นเรื่องที่น่าศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม

จัน ทิบุโรพุทโธ (Chandi Borobudur) ตามการเรียกขานของชาวอินโดนีเซีย ไม่น่าจะถูกต้องตามแนวความเชื่อศรัทธาทางศาสนาที่แตกต่างกันของศาสนาพุทธกับ ศาสนาฮินดู เพียงแต่การเกิดขึ้นของศาสนาพุทธบนกาะชวาแห่งนี้โชติช่วงเหมือนดาวตกที่แป ล่งประกายงดงามในช่วงสั้นๆและหายวับไป ผู้คนจึงไปยึดถือว่าองค์มหาเจดีก็เป็นเช่นเทวาลัยแห่งศาสนาฮินดูที่เรียกกัน ติดปากว่า “จันทิ” ซึ่งมุ่งสร้างอุทิศให้แก่ผู้ตาย ในขณะที่หลักศาสนาพุทธแล้วควรเรียกว่าเจดีย์ “Stupa” ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเป็นตัวแทนแห่งพุทธะและพระธรรม (คำสอนของพระพุทธเจ้า) เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติบูชาให้เข้าถึงการหลุดพ้นอันเป็นแก่นแท้ของศาสนา พุทธ
เดียงพลาโต&#8230;ถึง&#8230;บุโรพุทโธ
ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์เชื่อกันว่าบุโรพุทโธ น่าจะสร้างในปลายคริสต์ศตวรรษที่ ๗ ถึง ๙ ในยุคราชวงศ์ไศเลนทรา (The Cailendra Dynasty) ซึ่งนับถือพุทธมหายานขึ้นมีอำนาจปกครองหมู่เกาะชวาตอนกลางและมีอำนาจแผ่ขยาย ครอบคลุมอาณาจักรศรีวิชัย ทั้งมีความเกี่ยวข้องเป็นญาติกับ ราชวงศ์มะตะราม (Mataram) [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span id="more-945"></span><strong>เรื่องโดย&#8230; Wisith Chawalitanont<br />
<a href="http://www.tropicalmagazine.info/archives/3264" target="_blank">Read this article in English version</a></strong></p>
<p>หาก ไม่นับสังเวชนียสถานทางตอนใต้ของประเทศเนปาลในปัจจุบันอันได้แก่สถานที่ ประสูติ, ตรัสรู้และปรินิพพานของพระพุทธเจ้า แล้ว..บุโรพุทโธ..มหาเจดีย์แห่งศรัทธา บนเกาะชวาของประเทศอินโดนีเซีย เป็นสถานที่ที่ชนชาวพุทธโดยเฉพาะนิกายมหายานใฝ่ฝันที่จะมาเยือนและคารวะสัก ครั้งหนึ่งในชีวิต บุโรพุทโธ&#8230;มหาเจดีย์แห่งศรัทธา เมืองยอกยาการ์ตาหนึ่งในมรดกตั้งแต่ปี คศ. ๑๙๙๑ คือสถาปัตยกรรมแบบพุทธมหายาน-ชวาที่น่ามหัศจรรย์ ใจกลางดินแดนที่ถือได้ว่าเป็นประเทศมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างประเทศอิน โดนีเซย การก่อกำเนิดของพุทธมหาเจดีย์แห่งนี้ จึงเป็นเรื่องที่น่าศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม</p>
<p><img class="alignnone" title="Borobudur 1" src="http://farm3.static.flickr.com/2469/3576950264_930e36c9d5_m.jpg" alt="" width="240" height="180" /><img class="alignnone" style="margin-left: 20px; margin-right: 20px;" title="Borobudur 2" src="http://farm4.static.flickr.com/3614/3576945812_b41280bb3d_m.jpg" alt="" width="240" height="180" /></p>
<p>จัน ทิบุโรพุทโธ (Chandi Borobudur) ตามการเรียกขานของชาวอินโดนีเซีย ไม่น่าจะถูกต้องตามแนวความเชื่อศรัทธาทางศาสนาที่แตกต่างกันของศาสนาพุทธกับ ศาสนาฮินดู เพียงแต่การเกิดขึ้นของศาสนาพุทธบนกาะชวาแห่งนี้โชติช่วงเหมือนดาวตกที่แป ล่งประกายงดงามในช่วงสั้นๆและหายวับไป ผู้คนจึงไปยึดถือว่าองค์มหาเจดีก็เป็นเช่นเทวาลัยแห่งศาสนาฮินดูที่เรียกกัน ติดปากว่า “จันทิ” ซึ่งมุ่งสร้างอุทิศให้แก่ผู้ตาย ในขณะที่หลักศาสนาพุทธแล้วควรเรียกว่าเจดีย์ “Stupa” ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเป็นตัวแทนแห่งพุทธะและพระธรรม (คำสอนของพระพุทธเจ้า) เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติบูชาให้เข้าถึงการหลุดพ้นอันเป็นแก่นแท้ของศาสนา พุทธ</p>
<h2>เดียงพลาโต&#8230;ถึง&#8230;บุโรพุทโธ</h2>
<p><img class="alignleft" style="margin-left: 10px; margin-right: 10px;" title="Buddha image" src="http://farm4.static.flickr.com/3308/3576929798_7c4e68b4b9_m.jpg" alt="" width="180" height="240" />ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์เชื่อกันว่าบุโรพุทโธ น่าจะสร้างในปลายคริสต์ศตวรรษที่ ๗ ถึง ๙ ในยุคราชวงศ์ไศเลนทรา (The Cailendra Dynasty) ซึ่งนับถือพุทธมหายานขึ้นมีอำนาจปกครองหมู่เกาะชวาตอนกลางและมีอำนาจแผ่ขยาย ครอบคลุมอาณาจักรศรีวิชัย ทั้งมีความเกี่ยวข้องเป็นญาติกับ ราชวงศ์มะตะราม (Mataram) ผู้นับถือศาสนาฮินดู และเป็นผู้ริเริ่มก่อสร้างเทวาลัยที่พำนักของเทพเจ้า ณ.ดินแดนเดียง พลาโต ในต้นศตวรรษที่ ๗ อันเป็นช่วงเวลาต่อเนื่องกัน แต่ราชวงศ์มะตะรามอ่อนแอลงอิทธิพลของศาสนาฮินดูจึงลดลง ซึ่ง แต่การนับถือศาสนาที่ต่างกัน ก็ไม่เคยขัดแย้งแตกหักถึงขั้นทำลายกัน เพียงแต่เมื่อราชวงศ์ไศเลนทราเข็มแข็งกว่าการแผ่อิทธิพลของศาสนาพุทธจึงมี มากกว่า จึงน่าจะเป็นเหตุผลว่าทำไมเหล่าเทวาลัยแห่งเดียง พลาโตที่ก่อสร้างได้ไม่นานจึงถูกลดทอนความสำคัญลง แต่ทั้งสองโบราณสถานคือรากฐานสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ในยุคต่อมาของ อินโดนีเซีย และของศิลปแบบขอมที่ยิ่งใหญ่ จากการส่งผ่านทางการค้าและการขยายอาณาจักรที่ราชวงศ์ไศเลนทราได้เข้ามาครอบ ครองดินแดนเจนละต้นกำเนิดแห่งดินแดนขอม<br />
แรงศรัทธา..หรือ..การเกณฑ์แรงงาน</p>
<p>การ ก่อสร้างมหาเจดีย์ที่ยิ่งใหญ่เมื่อกว่าพันปีที่แล้ว ที่มีการขุดเจาะหินเป็นพื้นที่กว่า ๕๕,๐๐๐ ตารางเมตร และชักลากหินภูเขาไฟเหล่านั้นมาก่อสร้างองค์เจดีย์ด้วยหินประมาณ ๒ ล้านลูกบาศก์ฟุต ทำให้เหล่านักประวัติศาสตร์ตะวันตกเชื่อว่าน่าจะมีการกะเกณฑ์แรงงานนับแสนคน มาทำการก่อสร้างอย่างยาวนานร่วม ๒๐๐ ปี และเป็นเหตุให้ยุคราชวงศ์ไศเลนทราต้องล่มสลายและทำให้มัศจรรย์แห่งมหาเจดีย์ บุโรพุทโธ ต้องถูกทิ้งร้างหลังจากสร้างเสร็จ</p>
<p>ฉันได้เข้าพักที่โรงแรมมโนห์รา ซึ่งเป็นโรงแรมเดียวที่ได้สิทธิ์ตั้งอยู่ในเขตโบราณสถานในเวลาเลยเที่ยงคืน ไปนานโข หลังจากรอนแรมมาในขบวนรถไฟ เป็นระยะเวลากวา ๕ ชั่วโมง จึงรีบอาบน้ำเข้านอนอย่างอ่อนระโหยโรยแรง โดยกำหนดให้ทางโรงแรมปลุกตอนตี ๔ ครึ่งเพื่อจะได้สัมผัสองค์มหาเจดีย์พร้อมเจริญสติรับอรุณ แม้จะต้องแลกกับการจ่ายค่าเข้าชมเป็นพิเศษอีก $ 20 (ปกติการเข้าพักที่โรงแรมมราห์ได้รวมค่าเข้าชม ในเวลาปกติหลัง ๖โมงเช้า ไว้แล้วกี่รอบก็ได้ นับว่าคุ้มค่าสำหรับการมาพักที่นี่)</p>
<p>เมื่อ ได้เวลานัดหมายประมาณตี ๕ ทางโรงแรมได้จัดเตรียมไฟฉายให้แต่ละคนพร้อมเจ้าหน้าที่เพื่อนำทางและนำกุญแจ ไปเปิดประตูทางรั้วที่อยู่ติดด้านหลังโรงแรม เมื่อก้าวพ้นชายคาอาคารโรงแรมออกมาพบกับกลิ่นหอมจรุงของดอกไม้และความยิ่ง ใหญ่และความงดงามของสถาปัตยกรรมที่สมบูรณ์ราวกับภาพสามมิติที่เหล่าสถาปนิก สร้างขึ้นบนจอคอมพิวเตอร์ (ภาพเพอร์สเปกตีพที่ศิลปินบรรจงวาดลงบนผืนผ้าใบ..แบบสำนวนโบราณ..ฮา) ท่ามกลางอากาศเย็นสบายและแสงเรืองรองที่สาดส่องต้ององค์เจดีย์ในขณะที่ ท้องฟ้ายังมืดมิด ทำให้ฉันยืนตะลึงมองหมู่เจดีย์ที่เสียบยอดไล่ระดับลดหลั่นลงมาแต่ละชั้น ช่างสมดุลย์เหมาะเจาะงดงามดั่งการแกะสลักบนแบบจำลอง หาใช่องค์มหาเจดีย์ที่ใหญ่โตอลังการไม่ ทำให้ฉันหวนระลึกและเกิดข้อกังขาต่อข้อสรุปที่ว่านี่คือผลผลิตแห่งการกะ เกณฑ์แรงงงาน&#8230;มันไม่เป็นข้อสรุปที่ตื้นเขินและละเลยพลังความเชื่อมั่นแห่ง ศรัทธา ที่เป็นแรงกระตุ้นให้มนุษย์สร้างสรรสิ่งมหัศจรรย์ฝากไว้เป็นรอยจารึกบนพื้น พิภพหรือ</p>
<h2>ศิลปะ, สถาปัตยกรรม&#8230;และแก่นแท้แห่งพุทธปรัชญา</h2>
<p>จาก ข้อมูลที่ศึกษามามหาเจดีย์บุโรพุทโธ ผ่านการออกแบบวางแผนตามแก่นแท้แห่งหลักพุทธปรัชญา หาใช้การมุ่งแต่จะสร้างสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่มหึมาเพื่ออวดอำนาจบารมีของ ผู้สร้างแต่อย่างใดไม่ ยิ่งทำให้ฉันเชื่อมั่นว่า บุโรพุทโธคือมหัศจรรย์แห่งศรัทธาและการปฏิบัติบูชาเพื่อมุ่งสู่ความหลุดพ้น ตามหลักพุทธมหายาน องค์เจดีย์รูปดอกบัวที่ถือเป็นสัญญลักษณ์แทนองค์สมเด็จสัมมาพุทธเจ้า ก่อสร้างบนลานกว้างมีฐานสี่เหลี่ยมย่อมุม ๖ ชั้น และเหนือขึ้นไปเป็นฐานวงกลม ๓ ชั้น และมีองค์พระเจดีย์ทรงระฆังคว่ำขนาดใหญ่อยู่ตรงกลางชั้นบนสุด หากนับจากลานกว้างบนพื้นดินรองรับองค์มหาเจดีย์ จะถือได้ว่าประกอบด้วยฐาน ๑๐ ชั้น ซึ่งตามความหมายแห่งคัมภีร์โพธิจริยาวัติ (Dacabumi) คือการบำเพ็ญเพียรของพระโพธิสัตว์ในภูมิต่างๆ ตั้งแต่ฌาณขั้นต่ำจนถึงฌาณขั้นสูงสุด ๑๐ภูมิก่อนการตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า อันประกอบด้วย</p>
<blockquote><p>* ปมุฑิตา (Pramudita) , ผู้ทรงปราโมทย์ ทรงบำเพ็ญเมตตาธรรม เน้นเรื่องทานบารมี<br />
* วิมาลาม (Vimala) ผู้ปราศจากราคี ทรงเป็นผู้มีกาย วจี อันน่ารัก ถือในเรื่องศีลบารมี<br />
* ปราภการี (Prabhakari), ผู้ทรงแสงสว่าง ทรงบำเพ็ญสมาธิ ค้นหาความจริงในสิ่งทั้งหลาย เน้นเรื่องขันติบารมี<br />
* อริสมติ Aracismati), ผู้สว่างไสว ทรงบำเพ็ญการทำลายความคิดชั่วร้าย อกุศล เน้นวิริยะบารมี<br />
* สุทุรชยา (Sudurjaya), ผู้ซึ่งผู้อื่นชนะได้ยาก ทรงบำเพ็ญเพื่อความสมบูณณ์แห่งพระปํญญา เน้นหลักของฌาณ<br />
* อภิมุขตา (Abhimukhi), ผู้ทรงกล้าเผชิญ ทรงบำเพ็ญตามหลักปรัชญา ผู้รู้แจ้ง<br />
* ทุรังคมาDurangama) ผู้ไปไกล(สู่ภูมิที่ยากไปถึง) ทรงบำเพ็ญโดยใช้พระปัญญามุ่งนำพาเหล่าสรรพสัตว์ไปสู่โพธิภพ<br />
* อจลา (Acala), ผู้ไม่ทรงหวั่นไหว ทรงบำเพ็ญเพื่อความหลุดพ้น ไม่หวั่นไหวและติดอยู่ในทางโลกและมรณะ<br />
* สาธุมติ (Saahumati), ผู้มีพระทัยดี ทรงบำเพ็ญโดยพระปัญญาสมบูรณ์<br />
* ธรรมเมฆา (Dharmamegha), ทรงบำเพ็ญถึงขั้นสุดท้ายแผ่พระรัศมีแห่งเมตตาเข้าถึงซึ่งความเป็นตถาคต(พระพุทธเจ้า)</p></blockquote>
<p>การ เดินชมมหาเจดีย์บุโรพุทโธ หากเดินวนรอบแต่ละชั้น จนถึงระดับบนสุดน่าจได้ระยะทางประมาณ ๔ กิโลเมตร นึกเอาดูว่าสำหรับเมื่อยุคกว่าพันปีที่แล้วจะยิ่งไหญ่มหัศจรรย์ขนาดไหน โดยมิพักต้องพูดถึงการก่อสร้างที่ไม่มีเครื่องจักรทุ่นแรง ไม่มีกล้องธีโอโดไลท์ช่วยส่งวัดมุม ไม่มีกล้องระดับช่วยส่องกำกับค่าระดับ รวมถึงการตีความตามหลักปรัชญาเพื่อแปรมาเป็นการวางแผนผัง หลักปรัชญาที่กล่าวมาแต่ชั้นแต่ละซอกหากศึกษาอย่างพินิจพิเคราะห์อาจต้องใช้ เวลาเป็นแรมเดือนจึงจะศึกษาให้ถึงแก่นแท้แห่งปริศนาธรรมที่ซ่อนอยู่</p>
<p><img class="alignnone" title="wall" src="http://farm4.static.flickr.com/3629/3576934874_f363ef534c_m.jpg" alt="" width="240" height="180" /><img class="alignnone" style="margin-left: 20px; margin-right: 20px;" title="Out" src="http://farm3.static.flickr.com/2460/3576947884_9df72e9ab7_m.jpg" alt="" width="240" height="180" /></p>
<p><img class="alignnone" title="wall2" src="http://farm3.static.flickr.com/2469/3576926596_709500d793_m.jpg" alt="" width="318" height="237" /><img class="alignnone" title="curl" src="http://farm4.static.flickr.com/3340/3576127919_aac4724350_m.jpg" alt="" width="180" height="240" /></p>
<p>ด้วย จิตใจที่พองโตและความดีใจที่จะได้สัมผัสมหาเจดีย์ที่ใฝ่ฝันฉันและเพื่อนร่วม ทางซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวญี่ปุ่น ประมาณ ๗-๘ คน ต่างรีบเดินผ่านประตูรั้ว ส่องไฟฉายวับๆ แวมๆมุ่งตรงขึ้นไปยังองค์มหาเจดีย์เบื้องบน โดยมิได้เดินวนดูรอบๆแต่ละชั้นตามที่ศึกษามา ด้วยความตื่นเต้นและความมืดที่ยังปกคลุมจนไม่เห็นรายละเอียดมากนัก ตั้งใจว่าค่อยย้อนกลับมาเติมเต็มรายละเอียดในรอบบ่าย เมื่อถึงชั้นบนสุดนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นซึ่งได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่พุทธ มหายานได้ลงหลักปักฐานแน่นหนาประเทศหนึ่ง ได้กระทำทักษิณาวัตรโดยการพนมมือเดินเวียนตามเข็มนาฬิการอบองค์มหาเจดีย์ ๓ รอบ ยิ่งเสริมบรรยากาศแห่งความศรัทธาให้เต็มเปี่ยมท่ามกลางบรรยากาศที่ยังคง เงียบสงบ พลอยช่วยให้ฉันเกิดสติ และสงบเย็นอย่างประหลาด ฉันได้แต่นั่งเพ่งมอง และเพ่งพิศไปยังพระพุทธรูปปางต่างๆและองค์เจดีย์ที่เรียงรายรอบองค์มหา เจดีย์อย่างอิ่มเอม..เป็นเวลาเนินนานกระทั่งทักท่องเที่ยวชุดหลังๆเริ่มทยอย ขึ้นมา ต่างรีบจับจองพื้นที่เพื่อเตรียมถ่ายภาพยามรุ่งอรุณ แต่เมฆหมอกที่ปกคลุมท้องฟ้าไม่เป็นใจ สำหรับฉันบรรยากาศแห่งศรัทธาได้ช่วยเติมเต็มและทดแทนอรุณรุ่งนั้นแล้ว</p>
<h2>บุโรพุทโธ&#8230;มรดกโลก</h2>
<p>บุโร พุทโธ อารยธรรมแห่งอดีตได้ถูกทิ้งร้างท่ามกลางป่าเขาอันรกชัฎและภายใต้เถ้าถ่านของ ภูเขาไฟมาหลายศตวรรษ จนกระทั่งในปี ค.ศ.1814 เซอร์ โทมัส สแตมฟอร์ด ราฟเฟิลส์ ผู้สำเร็จราชการของประเทศอังกฤษที่ส่งมาปกครองสิงคโปร์ ได้มาพบครั้งมาเยือนเกาะชวาแห่งนี้ จึงได้เริ่มโครงการบูรณะอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่ ธีโอดอร์ แวนเอร์ป (Theodor Van Erp) นักโบราณคดีชาวฮอลแลนด์ได้ริเริ่มโครงการคืนชีวิตให้อารยธรรมโบราณอย่างบุโร พุทโธกลับคืนมา โดยริเริ่มการบูรณะแบบ Anastylosis เป็น ครั้งแรกในโลก (เป็นแบบอย่างของการบูรณะอังกอร์วัดในยุคต่อมา) วิธีการคือรื้อกองหินที่สลักหักพังทั้งหมดลงมา แล้วทำเครื่องหมายกำกับทุกชิ้น ศึกษาแผนผังเดิมแล้วทำการประกอบกับเช่นเดียวกับการต่อจิ๊กซอว์ จึงเป็นงานที่ต้องใช้ระยะเวลายาวนานหลายสิบปี ดังนั้นลองจินตการถึงการเริ่มการก่อสร้างในยุคพันปีที่แล้วว่าจะยากลำบากและ เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ขนาดไหน สำหรับแผนผังของ “มหาเจดีย์บุโรพุทโธ” หรือ “บรมพุทโธ” นั้นฉันใคร่ขอยกเอาข้อพระนิพนธ์ของ “ศาสตรา จารย์หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล” ซึ่งทรงอธิบายแผนผังของพุทธศาสนาบุโรพุทโธได้อย่างละเอียดลึกซึ้ง และมีคุณค่าที่ปรากฏในหนังสือชุด “ศิลปะอินโดนีเซียสมัยโบราณ” ดังนี้</p>
<blockquote><p><em>“เชื่อ กันว่าแผนผังของบุโรพุทโธคงหมายถึง “จักรวาล” และอำนาจของ “พระอาทิพุทธเจ้า” ได้แก่พระพุทธเจ้าผู้ทรงสร้างโลกในพุทธศาสนาลัทธิมหายาน ซึ่งแสดงโดยสถูปที่บนยอดสุดก็ได้แผ่ไปทั่วทั้งจักรวาล ซึ่งจักรวาลนี้แบ่งออกเป็น ๓ ตอน คือชั้นบนสุดได้แก่ “อรูปธาตุ” ชั้นรองลงมาคือ “รูปธาตุ” และชั้นต่ำสุดคือ “กามธาตุ” พระอาทิพุทธเจ้าในพุทธศาสนาลัทธิมหายานเองก็ทรงมี ๓ รูป (ตรีกาย) เพื่อให้ตรงกับธาตุ ทั้งสามนี้”.</em></p></blockquote>
<p>จึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจเมื่อ ล่วงถึงปีค.ศ. 1991 ที่องค์การยูเนสโกได้ประกาศรับรองให้บุโรพุทโธเป็นมรดกโลก ด้วยคุณค่าแห่งรอยอารธรรมอดีต เป็นศาสนสถานของศาสนาพุทธมหายานที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมีสถาปัตยกรรมที่งดงามสมบูรณ์ ตั้งอยู่ในภาคกลางของเกาะชวาประเทศอินโดนีเซีย ห่างจากยอกยาการ์ตาไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 40 กิโลเมตร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียงดึงดูดผู้คนจากทุกมุมโลก เดินทางมาเยี่ยมชม</p>
<p>ภาพผู้คนที่พลุกพล่านยามฉันกลับขึ้นมาเยี่ยมชมอีกรอบ ท่ามกลางแสงแดดที่ยังแรงจัดแม้เวลาจะล่วงเลยมาถึงยามบ่ายแก่มากแล้วก็ตาม ทำให้บรรยากาศช่างแตกต่างกันย่างลิบลับ กับเมื่อช่วงเช้า แต่สิ่งที่น่าสลดหดหู่สำหรับผู้รักการเดินทางและหวงแหนอารยธรรมโบราณอย่าง ฉัน ก็คือภาพการพยายามปีนป่ายภาพบนองค์เจดีย์ หรือองค์พระพุทธรูป ที่เรียงรายรอบระเบียงแต่ละชั้นอย่างไม่สำรวม และไม่มีการห้ามปรามจากเจ้าหน้าที่ แม้ฉันจะเข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลส่วนใหญ่จะมีความเชื่อทางศาสนาที่แตก ต่าง แต่ในฐานะโบราณสถานที่เป็นร่องรอยอารยธรรมอันป็นสมบัติของมวลมนุษยชาติ ที่เราควรจะหวงแหนและช่วยทำนุดูแล การเติบโตของการท่องเที่ยวจึงเป็นดาบสองคมที่อาจนำความสูญเสียมาสู่มหา เจดีย์ มากกว่าการถูกทำลายจากธรรมชาติและกาลเวลาแห่งอดีต</p>
<h2>สร้างมหาเจดีย์..การสร้างธรรมบารมี</h2>
<p>ตาม ตำนานกล่าว่าถึงจุดประสงค์ของการก่อสร้างพุทธสถานบุโรพุทโธ ตามแนวคิดที่ว่า &#8220;การสร้างบารมีธรรมอันยิ่งใหญ่ จะต้องเป็นสร้างพุทธสถานศิลาขนาดใหญ่เพื่อเป็นศูนย์กลางเผยแผ่พุทธศาสนา จึงได้มีการสร้างมหาเจดีย์บนภูเขาหินลูกหนึ่งซึ่งเป็นสถานที่อันเหมาะสม แวดล้อมด้วยมหาสมุทร อยู่ในใจกลางเกาะชวา เมื่อสร้างเสร็จแล้วเจดีย์นั้นจะดูเหมือนดอกบัว อันเป็นเครื่องหมายแห่งพุทธศาสนากำลังเบิกบานลอยอยู่เหนือทะเลสาบ&#8221; ซึ่ง คตินี้ดูจะสอดคล้องกับคติการสร้างเจดีย์ในเมืองบากัน ประเทศพม่าที่ประชาชนในอดีตนิยมสร้างเจดีย์เพื่อสร้างธรรมบารมีจนได้ชื่อว่า เป็นเมืองแห่งหมื่นเจดีย์ที่ยังคงปรากฏมาถึงปัจจุบัน</p>
<p><img class="alignnone" title="post" src="http://farm4.static.flickr.com/3385/3576132529_65879597a5_m.jpg" alt="" width="320" height="240" /><img class="alignnone" style="margin-left: 5px; margin-right: 5px;" title="phra" src="http://farm4.static.flickr.com/3587/3576952956_b9cd188bba_m.jpg" alt="" width="180" height="240" /></p>
<p><img class="alignnone" title="chedi" src="http://farm3.static.flickr.com/2474/3576940298_7f7434ef3e_m.jpg" alt="" width="250" height="332" /><img class="alignnone" style="margin-left: 5px; margin-right: 5px;" title="naga" src="http://farm4.static.flickr.com/3403/3576138709_3024cc1ced_m.jpg" alt="" width="249" height="333" /></p>
<p>จากการค้นคว้าทางภูมิศาสตร์ ปรากฏว่าภูเขาหินที่สร้างเจดีย์บรมพุทธโธ มีแม่น้ำโบรโกไหลท่วมจนดูคล้ายทะเลสาบ ด้วยเหตุนี้ภาพที่เคยเห็นสมัยโบราณ ย่อมดูเหมือนดอกบัวลอยอยู่เหนือน้ำ</p>
<p>นอกจากปรัชญาในการสร้างที่แฝงความหมายถึงคติจักรวาล ตามแบบฉบับพุทธมหายานแล้ว ยังได้มีการสลักภาพนูนต่ำ อันทรงคุณค่านับพันๆภาพบนฐานและระเบียงนั้น มีผู้ให้ความหมายว่าหมายเปรียบช่วงการพัฒนาทางระดับจิตใจของมนุษย์ จากขั้นหยาบสู่ระดับจิตที่ละเอียดและถึงขั้นหลุดพ้น ระดับต่ำสุดคือชั้นกามธาตุได้แก่ ขั้นมีมนุษย์ยังข้องเกี่ยวกับ โลกีย์ ทรัพย์สมบัติส่วนนี้ มีเรื่องพระสุธนกับมโนราห์ ภาพสลักชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน เช่น ภาพผู้คนบ้านเรือนและทิวทัศน์ต่าง ๆ เป็นต้น ชั้นรูปธาตุ ส่วนนี้หมายถึงมนุษย์ที่สละกามคุณและแสวงหาความหลุดพ้น แต่ยังผูกพันอยู่กับนามและรูป เป็นภาพที่สลักเรื่องราวในทศชาติ ภาพพุทธประวัติตั้งแต่ครั้งเป็นเจ้าชายสิทธัตถะตั้งแต่เกิดและก้าวเดิน ๗ เก้าพร้อมดอกบัวรองรับ กระทั่งการสรงน้ำริมแม่น้ำเนรัญชราครั้งสุดท้ายก่อนตรัสรู้ เป็นต้น และสุดท้าย ชั้นอรูปธาตุ (ลานชั้นยอด) ส่วนชั้นบนสุด เป็นชั้นที่มนุษย์หลุดพ้นจากความผูกพันทางโลกทั้งปวงตามลำดับ</p>
<p>นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปตั้งเรียงรายอยู่ในซุ้มคูหาเรือนแก้ว ซึ่งเมื่อเจดีย์บรมพุทโธสร้างเสร็จบริบูรณ์มีพระพุทธรูปทั้งสิ้น 505 องค์ ดังนี้</p>
<ul>
<li>ชั้นที่ 1 ด้านละ 26 องค์ ทั้ง 4 ด้านมี 104 องค์</li>
<li>ชั้นที่ 2 ด้านละ 24 องค์ ทั้ง 4 ด้านมี 96 องค์</li>
<li>ชั้นที่ 3 ด้านละ 22 องค์ ทั้ง 4 ด้านมี 88 องค์</li>
<li>ชั้นที่ 4 ด้านละ 18 องค์ ทั้ง 4 ด้านมี 72 องค์</li>
<li>ชั้นที่ 5 ด้านละ 18 องค์ ทั้ง 4 ด้านมี 72 องค์</li>
<li>ชั้นที่ 6 พระเจดีย์ครอบพระ วงรอบมี 32 องค์</li>
<li>ชั้นที่ 7 พระเจดีย์ครองพระ วงรอบมี 24 องค์</li>
<li>ชั้นที่ 8 พระเจดีย์ครองพระ วงรอบมี 16 องค์</li>
</ul>
<h2>ปริศนาเซ็น&#8230;ปริศนาธรรม</h2>
<p>เมื่อได้เดินชมภาพแกะสลักแต่ละภาพ ทำให้ฉันอดทึ่งในความสามารถของเหล่านายช่างจำหลัก ผู้มี ฝีมือเฉียบคมเหล่านี้ ที่สามารถสลักแผ่นหินกระด้างให้กลายเป็นภาพพระโพธิสัตว์ที่ดูอ่อนช้อยมี ชีวิต ชีวา แสดงอาการสงบเย็น ความรู้สึกที่แสดงออกถึงระดับจิตที่บรรลุหลุดพ้น หรือภาพสาวนางในที่อุ้มหม้อน้ำและนำสิ่งของไปถวายพระโพธิสัตว์ เป็นไปด้วยความสงบสำรวม มีท่วงท่าการเดินเฉพาะตัว นายช่างบรรจงแกะสลักต้นไม้หลายชนิดเป็นฉากหลังได้อย่างกลมกลืน ให้ความรู้สึกว่ามีชีวิต สามารถทำหินเป็นใบไม้กระดิกได้ยามลมพัดไหว</p>
<p>ปริศนา แบบเซน ที่ทำให้ฉันประทับใจเมื่อล่วงรู้ถึงปริศนาแห่งธรรม ของเจดีย์ทรงระฆังคว่ำที่ตั้งเรียงรายอยู่บนฐานวงกลมทั้ง ๓ ชั้น ที่ถือเป็นชั้นอรูปธาตุ ที่ผู้ปฏิบัติธรรม บำเพ็ญบารมีจนหลุดพ้นจากอวิชชาและกรรมต่างๆ บรรลุเป็นพระโพธิสัตว์ ซึ่งองค์เจดีย์ที่วางเรียงรายคือตัวแทนแห่งองค์พระโพธิสัตว์นั่นเอง แต่ที่น่าฉงนสำหรับผู้ที่ช่างสังเกตคือเจดีย์โปร่ง ๒ ระดับล่าง จะเจาะช่องเป็นสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนในขณะที่เจดีย์บนฐานชั้นบนสุดเจาะช่อง เป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส คงไม่ใช่เป็นการอุตริของช่าง แต่เป็นปริศนาแห่งธรรมอันลึกซึ้งตามหลักของพุทธศาสนามหายานที่แบ่งพระโพธิ สัตว์เป็น ๒ ประเภท คือประเภทที่ ๑ พระโพทธิสัตว์ที่ปฏิญญาเพื่อมุ่งความหลุดพ้นเฉพาะตน มุ่งสู่นิพพานเหลือเพียงพระธรรมคำสอน กับประเภทที่ ๒ ที่ปฏิญญาบำเพ็ญทานเพื่อช่วยเหล่าสรรพสัตว์ให้พ้นทุกข์ จึงยินดีที่จะเวียนว่ายในวัฏฏะ แม้มีหนทางเข้าสู่นิพพาน แต่ยินดีปฏิเสธเพื่อช่วยเหลือเหล่าสรรพสัตว์ต่อไป</p>
<p>เจดีย์ ที่เจาะช่องเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนมเปีกปูนจึงเปรียบเป็นตัวแทนแห่งพระโพธิ สัตว์ประเภทที่ ๒ ที่พร้อมกลับมาเวียนว่ายในวัฏฏะ เฉกเช่นสี่เหลี่ยมขนมเปีกปูนที่ดูจะมั่นคงแต่ก็ยังพลิกคว่ำได้ ขณะที่องค์เจดีย์ที่เจาะช่องเป็นสี่เหลี่ยมขนมจตุรัสเปรียบได้กับพระโพธิ สัตว์ประเภทที่ ๑ ที่เข้าสู่นิพพาน (ดับขันธ์) ไม่กลับมาเวียนว่ายอีกต่อไปเฉกเช่นสี่เหลี่ยมจตุรัสที่ตั้งอย่างมั่นคง การได้มาเยี่ยมชมบุโรพุทโธของฉันครั้งนี้ นอกจากได้ความตื่นตาเจริญใจกับการได้ชมมหาเจดีย์ที่ยิ่งใหญ่ ได้อิ่มเอมกับความงดงามและเรื่องราวที่เหล่าช่างในอดีตได้บรรจงรังสรรค์ไว้ แล้ว การได้เข้าถึงปริศนาธรรมเป็นการช่วยเพิ่มความมีสติ การได้ศึกษาเรียนรู้แก่นธรรมแห่งศาสนาเทียบได้กับการเข้าวัดฟังธรรมก็ไม่ปาน</p>
<a class="a2a_dd addtoany_share_save" href="http://www.addtoany.com/share_save?linkurl=http%3A%2F%2Fwww.tropicalstartravel.com%2F%3Fp%3D945&amp;linkname=%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B9%82%E0%B8%98%26%238230%3B%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A8%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B2"><img src="http://www.tropicalstartravel.com/wp-content/plugins/add-to-any/share_save_256_24.png" width="256" height="24" alt="Share/Bookmark"/></a>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tropicalstartravel.com/?feed=rss2&amp;p=945</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เดียง พลาโต&#8230;อาณาจักแห่งเทพเจ้า</title>
		<link>http://www.tropicalstartravel.com/?p=931</link>
		<comments>http://www.tropicalstartravel.com/?p=931#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 22 Sep 2009 10:38:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[บทความท่องเที่ยว]]></category>

		<category><![CDATA[Indonesia]]></category>

		<category><![CDATA[ที่ราบสูงเดียง]]></category>

		<category><![CDATA[ยอกยาการ์ต้า]]></category>

		<category><![CDATA[ยอร์กยาการ์ต้า]]></category>

		<category><![CDATA[อินโดนีเซีย]]></category>

		<category><![CDATA[เดียง พลาโตม เดียง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tropicalstartravel.com/?p=931</guid>
		<description><![CDATA[เรื่องโดย&#8230; Wisith Chawalitanont
Read this article in English version
ความฝันและแรงบันดาลใจในการเดินทางอาจแตกต่างกันไป บ้างมุ่งแสวงหาความแปลกใหม่ บ้างมุ่งผจญภัย, ตื่นเต้น, ท้าทาย บ้างมุ่งเยือนถิ่นหรูหราทันสมัย แต่สำหรับฉัน เดียงพลาโตดูเหมือนจะมีเวทมนต์ของเทพเจ้าที่เพรียกหาให้ใฝ่ฝันที่จะเดินทางมาเยือนดินแดนแห่งนี้&#8230; อาณาจักรแห่งเทพเจ้ามนต์ตราของอารยธรรมโบราณ
 เดียงพลาโต อาจจะเป็นชื่อที่ไม่คุ้นเคยนักสำหรับนักท่องเที่ยวและเป็นจุดหมายที่ผ่านเลยสำหรับใครหลายคน มีบ้างที่รู้จักในฐานะสถานที่ตากอากาศบนดินแดนที่ราบสูงกลางเกาะชวาที่มีทิวทัศน์งดงาม อากาศเย็นสบายตลอดปี  แต่ในสถานะดินแดนที่มีมนต์ตราแห่งเทพเจ้าให้ค้นหานั้นกลับเป็นอีกมิติหนึ่งที่เย้ายวนใจ สะกดให้ฉันผู้ซึ่งเคยมีโอกาสสัมผัสอารยะธรรมขอมโบราณในดินแดนประเทศกัมพูชาในช่วงหนึ่งของชีวิต อยากเดินทางไปสัมผัสเมื่อทราบว่าดินแดนแห่งนี้คือดินแดนแห่งแรกที่อารยธรรมของศาสนาฮินดูได้มาลงหลักปักฐานอย่างมั่นคงในถิ่นอุษาคเนย์(ดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) บนที่ราบสูงปากปล่องภูเขาไฟที่ยังระอุด้วยพลังความร้อนใต้พื้นพิภพ


 เดียงพลาโต คำว่า “เดียง” หมายถึงสถานที่พำนักของพระเจ้า ซึ่งเมื่อยุคพันกว่าปีที่แล้วกล่าวกันว่าที่ดินแดนที่ราบสูงเต็มไปด้วยเทวาลัยและที่พำนักของเหล่านักบวชชาวฮินดู การเดินทางจากยอคยาร์กาตาจะใช้เวลาประมาณ ๒ ชั่งโมงเศษ จะถึงเมืองโวโนโซโบ ซึ่งเป็นเมืองหน้าด่านที่ระดับความสูง ๙๐๐ เมตร จากจุดนี้จะใช้เวลาอีกประมาณ ๔๕ นาทีเพื่อเดินทางสู่เดียงพลาโต ระหว่างเส้นทางจะพบเห็นชุมชนชาวมุสลิมที่ยังมีวิถีชีวิตที่เรียบง่ายเป็นระยะ ครั้งนี้ฉันโชคดีที่ได้พบเห็นการค้าขายตามวิถีชุมชนแบบดั้งเดิมที่หมู่บ้านรานัง ซารี ชาวบ้านส่วนใหญ่จะนำของวางขายแบบแบกะดิน มีการนำสัตว์เป็นๆ ทั้งแพะ แกะ ไก่ เป็นตัวชูโรง ผสมกับพืชผลการเกษตรมาซื้อขายแลกเปลี่ยนกัน โดยยังมีการใช้ตาชั่งแบบถ่วงน้ำหนักแบบโบราณ ถือเป็นปฐมบทการเดินทางที่เติมชีวิตชีวาให้กับการหวนคืนสู่อดีต ระหว่างที่รถไต่ระดับความสูงขึ้นไปเรื่อยๆอากาศภายนอกเริ่มเย็นลงตามลำดับ ฉันถือโอกาสเปิดกระจกหน้าต่างเพื่อถ่ายภาพและชื่นชม ทิวทัศน์ของนาขั้นบันได [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span id="more-931"></span><strong><span style="font-family: &quot;Lucida Grande CE&quot;;" lang="CS">เรื่องโดย&#8230; Wisith Chawalitanont</span></strong></p>
<p><strong><a href="http://www.tropicalmagazine.info/archives/3240" target="_blank">Read this article in English version</a></strong></p>
<p><strong></strong><span style="font-family: &quot;Lucida Grande CE&quot;;" lang="CS">ความฝันและแรงบันดาลใจในการเดินทางอาจแตกต่างกันไป บ้างมุ่งแสวงหาความแปลกใหม่ บ้างมุ่งผจญภัย, ตื่นเต้น, ท้าทาย บ้างมุ่งเยือนถิ่นหรูหราทันสมัย แต่สำหรับฉัน เดียงพลาโตดูเหมือนจะมีเวทมนต์ของเทพเจ้าที่เพรียกหาให้ใฝ่ฝันที่จะเดินทางมาเยือนดินแดนแห่งนี้&#8230; อาณาจักรแห่งเทพเจ้ามนต์ตราของอารยธรรมโบราณ</span></p>
<p class="MsoNormal"><!--[if gte vml 1]><v:shapetype id="_x0000_t75" coordsize="21600,21600"  o:spt="75" o:preferrelative="t" path="m@4@5l@4@11@9@11@9@5xe" filled="f"  stroked="f"> <v:stroke joinstyle="miter" /> <v:formulas> <v:f eqn="if lineDrawn pixelLineWidth 0" /> <v:f eqn="sum @0 1 0" /> <v:f eqn="sum 0 0 @1" /> <v:f eqn="prod @2 1 2" /> <v:f eqn="prod @3 21600 pixelWidth" /> <v:f eqn="prod @3 21600 pixelHeight" /> <v:f eqn="sum @0 0 1" /> <v:f eqn="prod @6 1 2" /> <v:f eqn="prod @7 21600 pixelWidth" /> <v:f eqn="sum @8 21600 0" /> <v:f eqn="prod @7 21600 pixelHeight" /> <v:f eqn="sum @10 21600 0" /> </v:formulas> <v:path o:extrusionok="f" gradientshapeok="t" o:connecttype="rect" /> <o:lock v:ext="edit" aspectratio="t" /> </v:shapetype><v:shape id="Picture_x0020_0" o:spid="_x0000_s1026" type="#_x0000_t75"  alt="1.jpg" style='position:absolute;left:0;text-align:left;margin-left:197.65pt;  margin-top:113.9pt;width:261.5pt;height:176.85pt;z-index:-3;visibility:visible'  wrapcoords="-124 0 -124 21435 21559 21435 21559 0 -124 0"> <v:imagedata src="file://localhost/Users/ibook/Library/Caches/TemporaryItems/msoclip1/01/clip_image001.jpg" mce_src="file://localhost/Users/ibook/Library/Caches/TemporaryItems/msoclip1/01/clip_image001.jpg"   o:title="1" /> <v:textbox style="mso-rotate-with-shape:t" mce_style="mso-rotate-with-shape:t" /> <w:wrap type="tight" /> </v:shape><![endif]--><!--[if !vml]--><!--[endif]--><span style="font-family: &quot;Lucida Grande CE&quot;;" lang="CS"><span> </span><img class="alignleft" style="margin-left: 10px; margin-right: 10px;" title="Dieng Candi" src="http://farm4.static.flickr.com/3586/3576924762_41010b3f92.jpg" alt="" width="250" height="188" />เดียงพลาโต อาจจะเป็นชื่อที่ไม่คุ้นเคยนักสำหรับนักท่องเที่ยวและเป็นจุดหมายที่ผ่านเลยสำหรับใครหลายคน มีบ้างที่รู้จักในฐานะสถานที่ตากอากาศบนดินแดนที่ราบสูงกลางเกาะชวาที่มีทิวทัศน์งดงาม อากาศเย็นสบายตลอดปี <span> </span>แต่ในสถานะดินแดนที่มีมนต์ตราแห่งเทพเจ้าให้ค้นหานั้นกลับเป็นอีกมิติหนึ่งที่เย้ายวนใจ สะกดให้ฉันผู้ซึ่งเคยมีโอกาสสัมผัสอารยะธรรมขอมโบราณในดินแดนประเทศกัมพูชาในช่วงหนึ่งของชีวิต อยากเดินทางไปสัมผัสเมื่อทราบว่าดินแดนแห่งนี้คือดินแดนแห่งแรกที่อารยธรรมของศาสนาฮินดูได้มาลงหลักปักฐานอย่างมั่นคงในถิ่นอุษาคเนย์(ดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) บนที่ราบสูงปากปล่องภูเขาไฟที่ยังระอุด้วยพลังความร้อนใต้พื้นพิภพ</span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-family: &quot;Lucida Grande CE&quot;;" lang="CS"><img class="alignnone" title="Flower" src="http://farm4.static.flickr.com/3345/3576031241_a33ab3371a.jpg" alt="" width="250" height="187" /><img class="alignnone" style="margin-left: 10px; margin-right: 10px;" title="steps" src="http://farm3.static.flickr.com/2434/3576832628_eeb1a9f17b.jpg" alt="" width="250" height="187" /><br />
</span></p>
<p class="MsoNormal"><!--[if gte vml 1]><v:shape id="Picture_x0020_2"  o:spid="_x0000_s1028" type="#_x0000_t75" alt="Burobudo_1.jpg" style='position:absolute;  left:0;text-align:left;margin-left:287.6pt;margin-top:149.75pt;width:166.2pt;  height:251.35pt;z-index:-1;visibility:visible' wrapcoords="-193 0 -193 21430 21606 21430 21606 0 -193 0"> <v:imagedata src="file://localhost/Users/ibook/Library/Caches/TemporaryItems/msoclip1/01/clip_image003.jpg" mce_src="file://localhost/Users/ibook/Library/Caches/TemporaryItems/msoclip1/01/clip_image003.jpg"   o:title="Burobudo_1" /> <v:textbox style="mso-rotate-with-shape:t" mce_style="mso-rotate-with-shape:t" /> <w:wrap type="tight" /> </v:shape><![endif]--><!--[if !vml]--><!--[endif]--><!--[if gte vml 1]><v:shape  id="Picture_x0020_1" o:spid="_x0000_s1027" type="#_x0000_t75" alt="Burobudo.jpg"  style='position:absolute;left:0;text-align:left;margin-left:-1.2pt;  margin-top:143.65pt;width:272.2pt;height:183.35pt;z-index:-2;visibility:visible'  wrapcoords="-119 0 -119 21382 21544 21382 21544 0 -119 0"> <v:imagedata src="file://localhost/Users/ibook/Library/Caches/TemporaryItems/msoclip1/01/clip_image005.jpg" mce_src="file://localhost/Users/ibook/Library/Caches/TemporaryItems/msoclip1/01/clip_image005.jpg"   o:title="Burobudo" /> <v:textbox style="mso-rotate-with-shape:t" mce_style="mso-rotate-with-shape:t" /> <w:wrap type="tight" /> </v:shape><![endif]--><!--[if !vml]--><!--[endif]--><span style="font-family: &quot;Lucida Grande CE&quot;;" lang="CS"><span> </span><img class="alignright" style="margin-left: 10px; margin-right: 10px;" title="Local market" src="http://farm3.static.flickr.com/2430/3576020329_b0a5cf5fb9.jpg" alt="" width="195" height="260" />เดียงพลาโต คำว่า “เดียง” หมายถึงสถานที่พำนักของพระเจ้า ซึ่งเมื่อยุคพันกว่าปีที่แล้วกล่าวกันว่าที่ดินแดนที่ราบสูงเต็มไปด้วยเทวาลัยและที่พำนักของเหล่านักบวชชาวฮินดู การเดินทางจากยอคยาร์กาตาจะใช้เวลาประมาณ ๒ ชั่งโมงเศษ จะถึงเมืองโวโนโซโบ ซึ่งเป็นเมืองหน้าด่านที่ระดับความสูง ๙๐๐ เมตร จากจุดนี้จะใช้เวลาอีกประมาณ ๔๕ นาทีเพื่อเดินทางสู่เดียงพลาโต ระหว่างเส้นทางจะพบเห็นชุมชนชาวมุสลิมที่ยังมีวิถีชีวิตที่เรียบง่ายเป็นระยะ ครั้งนี้ฉันโชคดีที่ได้พบเห็นการค้าขายตามวิถีชุมชนแบบดั้งเดิมที่หมู่บ้านรานัง ซารี ชาวบ้านส่วนใหญ่จะนำของวางขายแบบแบกะดิน มีการนำสัตว์เป็นๆ ทั้งแพะ แกะ ไก่ เป็นตัวชูโรง ผสมกับพืชผลการเกษตรมาซื้อขายแลกเปลี่ยนกัน โดยยังมีการใช้ตาชั่งแบบถ่วงน้ำหนักแบบโบราณ ถือเป็นปฐมบทการเดินทางที่เติมชีวิตชีวาให้กับการหวนคืนสู่อดีต ระหว่างที่รถไต่ระดับความสูงขึ้นไปเรื่อยๆอากาศภายนอกเริ่มเย็นลงตามลำดับ ฉันถือโอกาสเปิดกระจกหน้าต่างเพื่อถ่ายภาพและชื่นชม ทิวทัศน์ของนาขั้นบันได แปลงผัก ไร่ชา ไร่ข้าวโพดและมันฝรั่งพันธุ์ดีที่เป็นที่เลื่องลือไปทั่วประเทศปลูกลดหลั่นกันไปอย่างงดงาม ด้วยทำเลที่ตั้งที่อยู่สูงกว่าพื้นราบที่ระดับกว่า ๒,๐๐๐ เมตร จึงทำให้ที่ราบสูงเดียงมีอากศหนาวเย็นตลอดทั้งปีและอาจถึงใกล้ติดลบในยามค่ำคืนในบางช่วงเวลา ทั้งๆที่ตั้งอยู่ในเขตเส้นศูนย์สูตร ที่มีอากาศร้อนชื้น จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมดินแดนแห่งนี้จึงเคยเป็นสถานที่ตากอากศของผู้ปกครองชาวดัชต์ ในยุคล่าอาณานิคมและเข้ามายึดครองดินแดนในหมู่เกาะชวา</span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-family: &quot;Lucida Grande CE&quot;;" lang="CS"><img class="alignnone" title="cactus" src="http://farm4.static.flickr.com/3603/3576856416_b3b26c421f.jpg" alt="" width="500" height="375" /><br />
</span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-family: &quot;Lucida Grande CE&quot;;" lang="CS"><span> </span>ธรรมชาติยังคงความยุติธรรมเสมอสำหรับทุกภูมิภาคบนโลกใบนี้ ประเทศอินโดนีเซียที่ประกอบไปด้วยหมู่เกาะน้อยใหญ่จำนวนมากและตั้งอยู่บนแนวรอยเลื่อนขนาดใหญ่ของเปลือกโลก และได้ชื่อว่ามีภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เคยประสบกับหายนะจากความพิโรธของภูเขาไฟที่โด่งดังจนโลกต้องจารึกในครั้งอดีต กว่า ๑๐๐ ปีก่อนเมื่อภูเขาไฟกรากาตั้วระเบิดทำให้ผู้คนล้มตายร่วม ๔๐,๐๐๐ คน ส่งผลให้พื้นดินสองในสามของเกาะจมหายไป และยังมีการระเบิดของภูเขาไฟลูกอื่นๆซึ่งยังผลให้ผู้คนล้มตายและก่อความเสียหายไม่น้อย แต่ภายหลังความสงบกลับคืนมาธรรมชาติก็คืนความงดงามอันน่ามหัศจรรย์มาให้ ทั้งธรรมชาติที่แปลกตา และพื้นดินที่อุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก เดียงพลาโตก็เช่นกันในอดีตเคยเกิดการระเบิดของภูเขาไฟเผาพลาญบ้านเรือนแถบนี้จนหมดสิ้น แม้ปัจจุบันก็ยังมีความร้อนใต้ภิภพสะสมอยู่และได้นำมาใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าแจกจ่ายชุมชน ผลจากการระเบิดของภูเขาไฟธรรมชาติได้สรรสร้างทะเลสาบที่งดงามบนปากปล่องภูเขาไฟหลายแห่งขึ้นมาทดแทน โดยเฉพาะทะเลสาบวาร์นา (Telega Warna) ที่มีผืนน้ำหลากสีงดงามยามต้องแสงอาทิตย์ประหนึ่งแสงรุ้งในทะเลสาบที่แปรเปลี่ยนสีไปตามการเคลื่อนตัวและแสงเงาของดวงอาทิตย์ และด้วยเหตุที่ชีวิตต้องขึ้นต่อธรรมชาตินี้กระมังที่ทำให้วิถีชีวิตแบบโบราณของชาวชวา สามารถรับเอาแนวคิดการนับถือเทพเจ้าของศาสนาฮินดูมาผสาน ความเชื่อที่ว่าการเกิดแผ่นดินไหวแต่ละครั้ง การระเบิดของภูเขาไฟแต่ละคราวคือการที่เทพเจ้าพิโรธ และต้องการลงทันฑ์ต่อมวลมนุษย์ที่ละโมบ มากด้วยกิเลสจึงทาบทับกับวิถีชีวิตได้อย่างลงตัว</span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-family: &quot;Lucida Grande CE&quot;;" lang="CS"><img class="alignnone" title="dieng bas" src="http://farm3.static.flickr.com/2449/3576874610_4e4932509d.jpg" alt="" width="255" height="340" /><img class="alignnone" style="margin-left: 10px; margin-right: 10px;" title="dieng old" src="http://farm4.static.flickr.com/3401/3576073057_fe4cf75098.jpg" alt="" width="255" height="341" /><br />
</span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-family: &quot;Lucida Grande CE&quot;;" lang="CS"><span> </span>นานนับพันปีที่อารยธรรมแห่งศาสนาฮินดูได้แผ่อิทธิพลข้ามน้ำข้ามทะเลจากทางอินเดียตอนใต้ มาสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เริ่มลงหลักปักฐานที่หมู่เกาะชวา ก่อนจะขยายเข้าสู่ดินแดนลุ่มแม่น้ำโขงในอาณาจักรเจนละและอาณาจักรจามที่ยังคงปรากฏหลักฐานอย่างเด่นชัดในยุคปัจจุบันคือ ปราสาทสมโบร์ไพรกุกในเขมร(อาณาจักเจนละเดิม) และกลุ่มปราสาทมิเซิงแห่งอาณาจักรจามในเวียดนาม พลังความศรัทธาของมวลมนุษยชาติที่มีต่อสวรรค์และเทพเจ้าได้ก่อกำเนิดให้เกิดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ในลำดับต่อมาคืออังกอร์วัดและอังกอร์ธมนั่นเอง การได้มีโอกาสมายังจุดเริ่มต้นของอาณาจักรแห่งเทพเจ้า ที่ยังหลงเหลือหลักฐานอันรุ่งโรจน์ที่ยืนหยัดท้าทายต่อกาลเวลาและน้ำมือมนุษย์ ที่เดียงพลาโตกับปริศนาแห่งอดีตทำให้ฉันตื่นเต้นเป็นพิเศษ</span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-family: &quot;Lucida Grande CE&quot;;" lang="CS"><span> </span>ตามหลักฐานเชื่อกันว่าเดียงพลาโต เป็นจุดกำเนิดของการก่อสร้างเทวสถานเพื่อให้เป็นแหล่งพำนักของเทพเจ้า ตามความเชื่อของอารยะธรรมฮินดู เมื่อราวคริสต์ศตวรรษที่ ๗ และ ๘ ซึ่งเป็นยุคที่ราชวงศ์มะตะรัมโดยพระเจ้าสัญชัยได้มีอิทธิครอบครองตลอดหมู่เกาะชวาภาคกลาง และพระองค์ได้รับเอาความเชื่อและพิธีกรรมของศาสนาฮินดูลัทธิไศวนิกาย (นิกายไศวะ เป็นนิกายหนึ่งในสามของศาสนาฮินดูที่นับถือพระศิวะเป็นเทพสูงสุด) เป็นแนวปฏิบัติ จึงได้มีการก่อสร้างหมู่เทวาลัยเพื่อถวายเทพเจ้ามากกว่า ๔๐๐ แห่ง ด้วยเหตุที่เดียงพลาโตตั้งอยู่บนยอดภูเขาไฟที่ดับแล้วดุจดังเขาไกลาส อันเป็นที่ประทับของพระอิศวร หากจินตนาการย้อนกลับไปถึงยุคที่ดินแดนแห่งนี้ยังคงรุ่งเรือง เต็มไปด้วยผู้คนที่นำเครื่องหอมดอกไม้ มาเซ่นไหว้คุกเข่าสวดมนต์ขอพรจากเทพเจ้า ท่ามกลางม่านหมอกบางปกคลุม จะรับรู้ถึงกลิ่ยอายแห่งพลังความศักดิ์สิทธ์และเร้นลับของเหล่าเทพเจ้าฮินดูแทรกซึมไปในทุกอณูสัมผัส จึงไม่แปลกที่พลังแห่งความศรัทธาจะได้แปรเปลี่ยนเป็นพลังในการสร้างสรร เทวาลัยจำนวนมาก และแต่หลังยังมีความวิจิตรงดงามประดับไว้แก่โลกใบนี้</span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-family: &quot;Lucida Grande CE&quot;;" lang="CS"><span> </span>เดียงพลาโตถูกทิ้งร้างและถูกลบเลือนไปจากความทรงจำเป็นเวลาหลายร้อยปี กระทั่งเมื่อศาสนาอิสลามได้เข้ามามีอิทธิพลเหนือหมู่เกาะแห่งนี้ และได้ปลี่ยนให้หมู่เกาะชวาเป็นดินแดนแห่งศาสนาอิสลามที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยความเชื่อที่ต่างออกไปนี่เอง ผู้คนรุ่นใหม่ที่เข้ามาบุกเบิกหักล้างถางพงดินแดนแห่งนี้ จึงได้พบความประหลาดใจกับเหล่าเทวาลัยที่มีอยู่มากมาย และทรากปรักหักพังตามกาลเวลาและผลของการพิโรธของธรณีที่ไหวตัวอยู่เป็นระยะ แต่การที่ไม่มีผู้ใดได้รับรู้ถึงประวัติความเป็นมา อดีตอันรุ่งเรือง และจิตวิญาณแห่งเทวาลัยเหล่านี้ จึงได้รื้อถอนขนเอาทรากหินและวัสดุจากเทวาลัย ไปสร้างบ้านเรือนและถนนหนทางเสียจนแทบหมดสิ้น</span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-family: &quot;Lucida Grande CE&quot;;" lang="CS"><img class="alignnone" title="Candi" src="http://farm4.static.flickr.com/3364/3576081843_6b3a73da71.jpg" alt="" width="260" height="346" /><img class="alignnone" title="goddess" src="http://farm4.static.flickr.com/3304/3576899732_316252dfd8.jpg" alt="" width="260" height="346" /><br />
</span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-family: &quot;Lucida Grande CE&quot;;" lang="CS"><span> </span>หลักฐานแห่งความศรัทธาให้ผู้เดินทางได้ค้นหา และศึกษาร่องรอยแห่งอารยธรรมโบราณ ยังคงหลงเหลือเพียง ๘ แห่ง ซึ่งผู้คนในยุคปัจจุบันได้ตั้งชื่อตามตัวละครเอกในมหากาพย์มหาภารตยุทธ (มหากาพย์หนึ่งในสองที่ยิ่งใหญ่ของอินเดียและของเอเชีย ที่เป็นทั้งวรรณกรรม ปรัชญาแห่งการดำรงชีวิตและแม้กระทั่งคัมภีร์ทางศาสนา) ที่คนชวานำมาใช้เป็นบทร่ายรำ แสดงบนเวทีตกทอดกันมาจนกระทั่งเป็นศิลปะประจำชาติคู่กับมหากาพย์เรื่องรามยนะ โดยมีชื่อเรียกกันดังนี้</span></p>
<ul>
<li><!--[if !supportLists]--><span style="font-family: &quot;Lucida Grande CE&quot;;" lang="CS">หมู่เทวาลัยหลัก ๕ หลัง กลางแอ่งที่ราบสูงซึ่งตั้งอยู่ใกลัศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยวของเดียง พลาโต ประกอบด้วย จันทิอรชุนม จันทิเสมาร์ม จันทิศรีกัณฑิม จันทิปุนตเทพ และจันทิเสมภัทร</span></li>
<li><!--[if !supportLists]--><span style="font-family: &quot;Lucida Grande CE&quot;;" lang="CS">หมู่เทวาลัยอีก ๓ แห่งทางใต้ห่างออกไปประมาณ ๑ กิโลเมตร ซ่อนตัวอยู่ในซอกหลืบเขา รอบๆแอ่งใหญ่คือจันทิภีมะ, จันทิทวารติและจันทิโตตกัตซะ</span></li>
</ul>
<p class="MsoNormal"><span style="font-family: &quot;Lucida Grande CE&quot;;" lang="CS"><span> </span><img class="alignleft" style="margin-left: 10px; margin-right: 10px;" title="old" src="http://farm3.static.flickr.com/2451/3576883604_cc3e99b74f.jpg" alt="" width="250" height="187" />การเรียกเทวาลัยแต่ละหลังว่า “จันทิ” ในภาษาอินโดน่าจะเพี้ยนมาจากคำว่า “จัณฑิ” อันเป็นนามหนึ่งของเจ้าแม่ทุรคาซึ่งเป็นเทพีแห่งความตาย ซึ่งก็คือพระนางอุมาเทวีมเหสีของพระอิศวรในภาคที่ดุร้ายนั่นเอง (Candika: meaning aplace of worship the goddess Durga, Siwa’s wife” ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของศาสนาฮินดูที่การสร้างเทวาลัยก็เพื่อเป็นอนุสรณ์สถาน หรือฝังอัฐิของผู้ตายเพื่อจะได้ไปพำนักยังสรวงสวรรค์</span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-family: &quot;Lucida Grande CE&quot;;" lang="CS"><span> </span>เดียงพลาโตคือผลพวงแห่งยุครุ่งเรืองของศาสนาฮินดูยุคหนึ่งบนเกาะชวาและถือเป็นยุคบุกเบิกการสร้างเทวาลัยหรือจันทิ จันทิแต่ละแห่งมักก่อด้วยศิลาหรืออิฐดินเผา จึงมีข้อจำกัดที่ทำให้ไม่สามรถรองรับอาคารขนาดใหญ่ได้ เทวาลัยแต่ละหลังจึงมักมีขนาดเล็ก กระทั่งเมื่อบ้านเมืองมีการพัฒนาเป็นปึกแผ่น ช่างมีความเชี่ยวชาญมากขึ้นจึงได้ก่อสร้างศาสนสถานที่ใหญ่โตยิ่งขึ้น และพัฒนาฝีมือการแกะสลักภาพฝาผนังที่เป็นเรื่องเป็นราวตามตำนาน วิถีชีวิตผู้คน หรือตามเรื่องในมหากาพย์ที่ยิ่งใหญ่ทั้ง ๒ คือมหาภารตยุทธ และ รามายนะ จนเป็มรดกตกทอดให้เห็นในยุคต่อมาทั้งที่มหาเจดีย์บุโรพุทโธ, จันทิปรัมบานันในชวา และเหล่าปราสาทขอมในประเทศกัมพูชาปัจจุบัน </span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-family: &quot;Lucida Grande CE&quot;;" lang="CS"><img class="alignnone" title="candi 1" src="http://farm3.static.flickr.com/2457/3576890132_57ec65566e.jpg" alt="" width="250" height="189" /><img class="alignnone" style="margin-left: 10px; margin-right: 10px;" title="candi 3" src="http://farm4.static.flickr.com/3213/3576902912_69ec2365d0.jpg" alt="" width="250" height="188" /><br />
</span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-family: &quot;Lucida Grande CE&quot;;" lang="CS"><span> </span>เหล่าเทวาลัยที่เดียงพลาโต เป็นแบบสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากศาสนาฮินดูทางตอนใต้ของอินเดียในสมัยคุปตะ (ประมาณคริสต์ศวรรษที่ ๓) โดยมีฐานย่อมุมสี่เหลี่ยม หลังคาปราสาทซ้อนลดหลั่นเป็นชั้นๆ มีรูปจำลองของปราสาทที่เรียกว่า “กุทุ” ในภาษาทมิฬ ประดับที่มุมหลังคา ด้านนอกของเทวาลัยเหนือซุ้มประตูจะมีการแกะภาพสลักนูนต่ำเป็นรูปหน้ากาล-เกีรติมุข หรือหน้าราหู ตามความเชื่อของศาสนาฮินดู ซึ่งมีลักษณะเป็นหน้าสัตว์ที่ไม่มีริมฝีปากล่าง วางอยู่เหนือกรอบวงกบประตู และที่ปลายกรอบมีศีรษะมกร ซึ่งภาพสลักนี้จะพบเห็นได้ทั่วไปในปราสาทของขอม เพียงแต่ที่เป็นสัญญลักษณ์หน้ากาลแบบชวาคือมักมีลวดลายคล้ายเปลวไฟอยู่เหนือหน้าผาก คติการแกะสลักหน้ากาลให้เป็นภาพสัตว์ที่ดุร้ายเชื่อกันว่าเพื่อปกป้อง และขับไล่สิ่งชั่วร้ายไม่ให้เข้ามากล้ำกลายทำลายเทวสถานนั่นเอง ข้อน่าสังเกตอีกประการหนึ่งสำหรับหน้ากาลในหมู่เทวาลัยของเดียงพลาโตคือจะมีลักษณะอวบ อ้วน สมบูรณ์เป็นพิเศษ เสมือนศิลปินผู้แกะสลักจะอารมณ์ดีสะท้อนความอุดมสมบูรณ์แห่งยุคสมัยเช่นเดียงกับพระพุทธรูปในสมัยสุโขทัยของไทยเราที่จะมีความอิ่มเอิบและลักษณะที่งดงามกว่ายุคใดๆ ก็ด้วยเหตุที่บ้านเมืองมีความสงบสุขชาวประชาหน้าใสเหล่าช่างและศิลปินจึงมีเวลาและอารมณ์ประดิษฐ์ประดอยสร้างสรรผลงานที่งดงาม ภาพสลักผนังด้านข้างของตัวปราสาทยังปรากฏลักษณะศิลปะแบบดั้งเดิมที่นิยมในอินเดีย คือมีหน้าต่างจำลองเป็นชั้นๆและสลักภาพของเทพเจ้าทั้งสามของศาสนาฮินดู(ตรีมรติ) คือพระอิศวร พระนารายณ์ และพระพรหม ตลอดจนพระพิฆเนศร์ และพระแม่อุมาเทวี พระมเหสีของพระอิศวรที่เป็นที่เคารพของคนทั่วไป ขึ้นอยู่กับเทวาลัยนั้นจะอุทิศให้แก่เทพองค์ไหน ซึ่งน่าเชื่อได้ว่าเทวาลัยในเขมรยุคเริ่มแรกที่ปราสาทสมโบร์ไพรกุกก็ได้รับอิทธิพลทางศิลปะแบบเดียวกันสลักภาพที่ผนังด้านข้างก็ยังปรากฏร่องรอยและแบบแผนเดียวกัน น่าเสียดายที่ภาพสลักส่วนใหญ่ของเทวาลัยเดียง พลาโต จะไม่เหลือรายละเอียดให้เห็นมากนักเนื่องจากการเสื่อมสลายของผิวอิฐดินเผาที่ไม่แกร่งเท่าหินไปตามกาลเวลา กระนั้นร่องรอยที่พบเห็นก็ยังแสดงริ้วรอยแห่งศิลปที่งดงาม ภายในเทวาลัยแต่ละหลังสัณนิฐานว่าประดิษฐานรูปสลักของเทพเจ้าแต่ละองค์หรือศิวลึงค์ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์แห่งการสร้างว่าจะถวายแก่เทพองค์ใด ปัจจุบันรูปสลักต่างๆได้สูญหายไปมากยังคงเหลือเก็บรักษาไว้ให้ศึกษาบ้างในพิพธภัณฑ์ที่เพิ่งเปิดให้บริการในบริเวณใกล้เคียงกับหมู่เทวาลัยอรชุน</span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-family: &quot;Lucida Grande CE&quot;;" lang="CS"><img class="alignnone" title="heat" src="http://farm4.static.flickr.com/3306/3576114405_d43b986dd1.jpg" alt="" width="500" height="375" /><br />
</span></p>
<p class="MsoNormal"><img class="alignnone" title="camera" src="http://farm4.static.flickr.com/3298/3576104451_6c93985a46.jpg" alt="" width="168" height="224" /><img class="alignnone" style="margin-left: 10px; margin-right: 10px;" title="lake" src="http://farm4.static.flickr.com/3648/3576117723_a63fa3360c.jpg" alt="" width="299" height="224" /></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-family: &quot;Lucida Grande CE&quot;;" lang="CS">เมื่อเดินจากหมู่เทวาลัยอรชุนที่ยืนหยัดท้าทายกาลเวลา จะพบเห็นประจักษ์พยานของพลังความร้อนใต้พิภพที่สะสมอยู่ โดยจะสังเกตเห็นท่อที่ฝังลงไปใต้ดินและส่งพลังงานความร้อนผ่านท่อขนาดใหญ่เพื่อนำมาใช้เป็นแหล่งพลังงานไฟฟ้าแจกจ่ายชุมชน เมื่อเดินต่อไปเราจะได้กลิ่นกำมะถันจากบ่อโคลนเดือดที่อุณหภูมิสูงระดับ ๗๗ องศาเซลเซียสให้ผู้แรมทางได้ตื่นตาตื่นใจกับทะเลสาบน้อยใหญ่ที่ธรรมชาติสร้างสรรจากผลพวงของภูเขาไฟ จึงเป็นสิ่งที่ทำให้เดียงพลาโตเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีธรรมชาติงดงามแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะธรรมชาติที่แสนบริสุทธ์และอากาศที่เย็นสบายในยามเช้าของทะเลสาบวาร์นาสีเขียวมรกต ยามเมื่อปกคลุมด้วยหมอกบางๆ ช่างมีกลิ่นอายแห่งความลี้ลับที่ทำให้การเดินชมหมู่เทวาลัยของฉันอยู่ในภวังค์ราวกับการก้าวย่างสู่อดีต ต้องขอคารวะผู้ที่เลือกสรรสถานที่เพื่อเป็นที่พำนักของเทพเจ้า ว่าเขาเหล่านั้นได้เลือสรรที่อาณาจักรอันศักดิ์สิทธิ์ งดงามดั่งสรวงสวรรค์สมกับเป็นดินแดนแห่งเทพเจ้า ระหว่างรอยต่อของกาลเวลา ความจริงเบื้องหน้ากับห้วงภวังค์ความคิดสอนให้ฉันรู้ว่า ความศรัทธาและจิตวิญญาณแห่งความดีเท่านั้นที่จะคอยปกป้องโลกนี้ให้งดงามศิวิไลซ์ต่อไปดังเช่นที่เป็นมาในอดีตนับพันปี</span></p>
<p><!--EndFragment--></p>
<a class="a2a_dd addtoany_share_save" href="http://www.addtoany.com/share_save?linkurl=http%3A%2F%2Fwww.tropicalstartravel.com%2F%3Fp%3D931&amp;linkname=%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%20%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%95%26%238230%3B%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2"><img src="http://www.tropicalstartravel.com/wp-content/plugins/add-to-any/share_save_256_24.png" width="256" height="24" alt="Share/Bookmark"/></a>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tropicalstartravel.com/?feed=rss2&amp;p=931</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>สัมผัสความงามสองฝั่งแม่น้ำโขงแห่งลาวใต้ 4 วัน / 3 คืน</title>
		<link>http://www.tropicalstartravel.com/?p=889</link>
		<comments>http://www.tropicalstartravel.com/?p=889#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 25 Aug 2009 16:32:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ทัวร์ต่างประเทศอื่น ๆ]]></category>

		<category><![CDATA[ทัวร์ลาว]]></category>

		<category><![CDATA[จำปาสัก]]></category>

		<category><![CDATA[น้ำตกคอนพระเพ็ง]]></category>

		<category><![CDATA[ปากเซ]]></category>

		<category><![CDATA[มรดกโลก]]></category>

		<category><![CDATA[ลาว]]></category>

		<category><![CDATA[ลาวใต้]]></category>

		<category><![CDATA[ล่องแม่น้ำโขง]]></category>

		<category><![CDATA[วัดพู]]></category>

		<category><![CDATA[สี่พันดอน]]></category>

		<category><![CDATA[แม่น้ำโขง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tropicalstartravel.com/?p=889</guid>
		<description><![CDATA[ล่องแม่น้ำโขงกับเรือวัดพู ครุ้ยส์ ชมน้ำตกคอนพะเพ็ง น้ำตกขนาดใหญ่ที่ได้ชื่อว่า ‘ในแองการ่าแห่งเอเชีย’ ชมมหานที สี่พันดอน นั่งเรือเล็กเพื่อไปชมดอนคอนเพื่อชมทางรถไฟที่ประเทศฝรั่งเศสเคยมาสร้างใว้ สมัยอาณานิคม พร้อมเดินชมความงามของดอนเดชและดอนคอนบนสะพานข้ามแม่น้ำโขงที่เชื่อมระหว่างเกาะสองเกาะแห่งนี้ ล่องแม่น้ำโขงไปยังเมืองจำปาสัก เพื่อสัมผัสวัดพูโบราณสถานมรดกโลก เริ่มต้น 13,100 บาท]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<pre style="text-align: left;"><span style="color: #ff6600;">TOUR CODE: LA889</span></pre>
<h1 style="text-align: center;"><span style="color: #000080;">สัมผัสความงามสองฝั่งแม่น้ำโขงแห่งลาวใต้<br />
</span></h1>
<h3 style="text-align: center;"><span style="color: #000080;">ล่องแม่น้ำโขงกับเรือวัดพู ครุ้ยส์</span></h3>
<h3 style="text-align: center;"><span style="color: #000080;">4 วัน / 3 คืน</span></h3>
<p><span id="more-889"></span></p>
<p><img class="alignnone" title="Vat Phou" src="http://farm3.static.flickr.com/2624/3769022405_994ac0ea95_m.jpg" alt="" width="240" height="180" /><img class="alignnone" title="Vat Phou" src="http://farm4.static.flickr.com/3506/3769814702_2802e6e9fb_m.jpg" alt="" width="240" height="180" /><img class="alignnone" title="bedroom" src="http://farm3.static.flickr.com/2670/3769801094_8e01ec4bd2_m.jpg" alt="" width="240" height="180" /><img class="alignnone" title="living" src="http://farm3.static.flickr.com/2437/3769008675_ea36b8f735_m.jpg" alt="" width="240" height="180" /></p>
<h3><span style="color: #ff6600;">วันที่ 1 สนามบิน/สถานีรถไฟ – ช่องเม็ก – ปากเซ – ไร่ชา – น้ำตกตาดเยื้อง (B, L, D)</span></h3>
<p><img class="alignleft" style="margin-left: 10px; margin-right: 10px;" title="tadyuang" src="http://farm3.static.flickr.com/2586/3768933829_6d7f753884.jpg" alt="" width="241" height="180" />ช่วงเช้าตัวแทนบริษัทฯ รับท่านสนามบินนานาชาติอุบลหรือสถานีรถไฟ จากนั้นนำท่านไปรับประทานอาหารเช้าง่ายๆ แบบท้องถิ่น เสร็จแล้วเดินทางไปยังช่องเม็กโดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง แล้วเดินทางต่อไปยังตัวเมืองปากเซโดยใช้เวลาประมาณ 45 นาที นำท่านเข้าพัก ณ โรงแรม Hotel Pakse รับประทานอาหารกลางวันแบบท้องถิ่น ก่อนออกเดินทางไปชมไร่ชาและน้ำตกตาดเยื้องที่สวยงามตลอดปี กลับมารับประทานอาหารค่ำในตัวเมืองปากเซ  แล้วพักผ่อนตามอัธยาศัย</p>
<h3><span style="color: #ff6600;">วันที่ 2 ปากเซ – น้ำตกคอนพะเพ็ง – ดอนคอน (B, L, D)</span></h3>
<p><img class="alignnone" title="Prapeng" src="http://farm3.static.flickr.com/2664/3817255456_6d3f671d3f_m.jpg" alt="" width="240" height="180" /><img class="alignnone" title="Prapeng" src="http://farm4.static.flickr.com/3487/3817255760_648271cdf7_m.jpg" alt="" width="240" height="180" /></p>
<p>หลังจากรับประทานอาหารเช้า นำท่านไปยังสีนุก ค๊อฟฟี่ เฮ้าส์ ใจกลางเมืองปากเซ ดื่มด่ำกับ กาแฟท้องถิ่น ก่อนที่รถจะนำท่านเดินทางบนถนนสาย 13 ไปยังน้ำตกคอนพะเพ็ง น้ำตกขนาดใหญ่ที่  ได้ชื่อว่า ‘ในแองการ่าแห่งเอเชีย’ จากนั้นท่านจะได้รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหารในหมู่บ้านประมงเพียงดี หลังจากรับประทานอาหาร ท่านจะได้นั่งเรือเล็กเพื่อไปชมดอนคอนเพื่อชมทางรถไฟที่ประเทศฝรั่งเศสเคยมาสร้างใว้สมัยอาณานิคม พร้อมเดินชมความงามของดอนเดชและดอนคอนบนสะพานข้ามแม่น้ำโขงที่เชื่อมระหว่างเกาะสองเกาะแห่งนี้ จากนั้นเรือเล็กนำท่านล่องชมความงาม ของแม่น้ำโขงไปยัง หมู่บ้านเวียงทองเพื่อขึ้นเรือวัดพู หลังจากเก็บสัมภาระและพักผ่อนในห้องพักหรือชมความงามของแม่น้ำโขงจากมุมสูงบนดาดฟ้าเรือ อาหารค่ำแสนอร่อยบนเรือวัดพูพร้อมบริการท่าน     ค้างคืนบนเรือที่จอดเทียบริมฝั่ง</p>
<p><img class="alignnone" title="Sipandon" src="http://farm4.static.flickr.com/3568/3768981599_7de51021fb_m.jpg" alt="" width="240" height="180" /><img class="alignnone" title="river" src="http://farm4.static.flickr.com/3598/3768989157_a47f72133e_m.jpg" alt="" width="240" height="180" /><img class="alignnone" title="ิboat" src="http://farm3.static.flickr.com/2539/3769767572_45e275a944_m.jpg" alt="" width="240" height="180" /><img class="alignnone" title="french" src="http://farm4.static.flickr.com/3571/3768961649_d832d6e0bb_m.jpg" alt="" width="240" height="180" /></p>
<h3><span style="color: #ff6600;">วันที่ 3 ดอนโขง - วัดอุมโมงค์ – ห้วยท่าโม (B, L, D)</span></h3>
<p><img class="alignnone" title="ancient1" src="http://farm3.static.flickr.com/2496/3817270082_053b5619b8_m.jpg" alt="" width="240" height="180" /><img class="alignnone" title="ancient2" src="http://farm3.static.flickr.com/2675/3816458597_02e92c35bc_m.jpg" alt="" width="240" height="180" /></p>
<p>รับประทานอาหารเช้าบนเรือขณะล่องแม่น้ำโขงไปยังบ้านเดื่อเตี้ย ท่านจะได้มีโอกาสแวะชมวิถีชีวิต   ของชาวบ้านริมฝั่งแม่น้ำโขง เรื่อวัดพูนำท่านล่องต่อผ่านดอนไซและกลุ่มหมู่เกาะกลางแม่น้ำโขงน้อย  ใหญ่ หลังจากรับประทานอาหารกลางวันบนเรือ ท่านจะได้ขึ้นไปชมหมู่บ้านท่าโมและชมวัดอุมโมงค์ วัดศิลปะฮินดูสมัยศตวรรษที่ 11-12 ที่ถูกทิ้งร้างไว้ในกลางป่า กลับมารับประทานอาหารค่ำ เสร็จแล้ว  พักผ่อนตามอัธยาศัยบนเรือหรือเดินเล่นในละแวกหมู่บ้าน</p>
<h3><span style="color: #ff6600;">วันที่ 4 วัดพู – เมืองจำปาสัก – ปากเซ – อุบล (B, L)</span></h3>
<p><img class="alignnone" title="vatphou1" src="http://farm4.static.flickr.com/3443/3816463917_7ddbf39b28_m.jpg" alt="" width="240" height="180" /><img class="alignnone" title="vatphou2" src="http://farm4.static.flickr.com/3483/3817275346_480b011604_m.jpg" alt="" width="240" height="180" /><img class="alignnone" title="vatphou3" src="http://farm3.static.flickr.com/2531/3769700574_4ed64f23a7_m.jpg" alt="" width="240" height="180" /><img class="alignnone" title="vatphou4" src="http://farm4.static.flickr.com/3437/3816463561_959166f6a2_m.jpg" alt="" width="240" height="180" /></p>
<p>รับประทานอาหารเช้าบนเรือขณะนำท่านล่องแม่น้ำโขงไปยังเมืองจำปาสัก โดยช่วงเช้านำท่านขึ้น   ไปชมวัดพูโบราณสถานมรดกโลกที่สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 10 ท่านสามารถเข้าชมพิพิธภัณฑ์  ใหว้พระและชมความงามของโบราณสถานแห่งนี้ได้ตลอดช่วงเช้า จากนั้นนำท่านกลับมารับประทานอาหารบนเรือ ก่อนที่เรือจะนำท่านล่องเรือต่อไปยังเมืองปากเซ ถึงเมืองปากเซเวลาประมาณ 16.00 หลังจากกลับขึ้นฝั่ง รถนำท่านเดินทางเข้าประเทศไทยผ่านทางช่องเม็กไปยังสถานีรถไฟอุบลฯ เพื่อขึ้นรถไฟด่วนอุบล - กรุงเทพฯ เที่ยวเวลา 18.30 ถึงกรุงเทพฯ เวลา 05.50 น หรือสนามบินเพื่อขึ้นเครื่องบินเที่ยวบินที่ TG31 เวลา 19.00 ถึงกรุงเทพฯ เวลา 20.05 น</p>
<p>***** เสร็จสิ้นการบริการ *****</p>
<p><strong><h2 class="wp-table-reloaded-table-name">ราคาต่อท่าน (ปี 2552)</h2>
<table id="wp-table-reloaded-id-33-no-1" class="wp-table-reloaded wp-table-reloaded-id-33" cellspacing="1" cellpadding="0" border="0">
<tbody>
	<tr class="odd row-1">
		<td class="column-1">จำนวนคน</td><td class="column-2">1-2 ท่าน</td><td class="column-3">1-4 ท่าน</td><td class="column-4">1-7 ท่าน</td><td class="column-5">1-10 ท่าน</td><td class="column-6">พักเดี่ยว</td>
	</tr>
	<tr class="even row-2">
		<td class="column-1">ราคา (บาท)</td><td class="column-2">17,000</td><td class="column-3">14,600</td><td class="column-4">13,600</td><td class="column-5">13,100</td><td class="column-6">7.500 </td>
	</tr>
</tbody>
</table>
</strong></p>
<h3><strong>จุดนัดพบ:</strong></h3>
<p><strong>สถานีรถไฟอุบลฯ หรือสนามบิน<br />
</strong></p>
<div style="width:47%; float: left; padding-right: 6%; display: inline;" class="post_column_1"><p>
<h3>ราคานี้รวม:</h3>
<ul>
<li>รถนำเที่ยว/เรือวัดพู/คนขับรถ /ไกด์นำเที่ยว</li>
<li>นำเที่ยวตามรายการ</li>
<li> ห้องพักตามรายการ</li>
<li>ค่าเข้าชมตามรายการ</li>
<li>อาหารตามรายการ</li>
<li>น้ำดื่ม</li>
</ul>
<p></div><br />
<div style="width:47%; float: left; padding-right: 0; display: inline;" class="post_column_1"><p></p>
<h3>ราคานี้ไม่รวม:</h3>
<ul>
<li>ตั๋วเครื่องบิน/ตั๋วรถไฟ</li>
<li>อาหารและเครื่องดื่มที่ไม่ได้ระบุในรายการ</li>
<li>ประกันภัย</li>
<li>ทิปส์</li>
<li>ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่น ๆ</li>
</ul>
<p></div><div style="clear: both;"></div></p>
<h3>หมายเหตุ:</h3>
<ul>
<li>ท่านที่เดินทางด้วยสายการบินแอร์เอเชีย ต้องแวะค้างคืนที่อุบล 1 คืน</li>
<li>โปรแกรมล่องเรือวัดพูอาจมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม ระหว่างการล่องเรือขาขึ้นและขาล่อง ทั้งนี้รายการสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆยังคงเหมือนเดิม</li>
<li>ก่อนออกเดินทาง กรุณาตรวจสอบวีซ่าเข้าประเทศลาว หากท่านมิได้ถือสัญชาติไทย และพาสปอร์ตต้องมีอายุอย่างน้อย 6 เดือน</li>
</ul>
<p><strong><span style="color: #3366ff;">สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อ</span> <span style="color: #ff9900;">Tropical Star Travel</span> :</strong><br />
โทร. 02 513 4913, 02 513 4996 ต่อ 102, 108, หรือ 086 014 5371, 080 0881876</p>
<a class="a2a_dd addtoany_share_save" href="http://www.addtoany.com/share_save?linkurl=http%3A%2F%2Fwww.tropicalstartravel.com%2F%3Fp%3D889&amp;linkname=%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9D%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B9%82%E0%B8%82%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89%204%20%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%20%2F%203%20%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%99"><img src="http://www.tropicalstartravel.com/wp-content/plugins/add-to-any/share_save_256_24.png" width="256" height="24" alt="Share/Bookmark"/></a>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tropicalstartravel.com/?feed=rss2&amp;p=889</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ความงดงามแห่งวัฒนธรรมริมฝั่งแม่น้ำ 4 วัน 3 คืน</title>
		<link>http://www.tropicalstartravel.com/?p=877</link>
		<comments>http://www.tropicalstartravel.com/?p=877#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 13 Aug 2009 11:40:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ทัวร์ต่างประเทศอื่น ๆ]]></category>

		<category><![CDATA[ทัวร์ลาว]]></category>

		<category><![CDATA[ทัวร์หลวงพระบาง]]></category>

		<category><![CDATA[ลาว]]></category>

		<category><![CDATA[ล่องเรือ]]></category>

		<category><![CDATA[ล่องแม่น้ำโขง]]></category>

		<category><![CDATA[หลวงทราย]]></category>

		<category><![CDATA[หลวงพระบาง]]></category>

		<category><![CDATA[เรือหลวงทราย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tropicalstartravel.com/?p=877</guid>
		<description><![CDATA[ล่องแม่น้ำโขงจากเชียงของถึงหลวงพระบางโดยเรือหลวงทราย เรือไม้พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน แวะชมชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนริมฝั่งแม่น้ำ เที่ยวหลวงพระบางเมืองมรดกโลก ชมวัดวาอารามในเมืองหลวงพระบาง เลือกซื้อเครื่องเงินที่ผลิตด้วยกรรมวิธีดั้งเดิม และงานหัตถกรรมอื่น ๆ ราคา 16,800 บาท ต่อท่าน
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<pre style="text-align: left;"><span style="color: #ff6600;">TOUR CODE: LA877</span></pre>
<h2 style="text-align: center;"><span style="color: #000080;">ความงดงามแห่งวัฒนธรรมริมฝั่งแม่น้ำ<br />
</span></h2>
<h3 style="text-align: center;"><span style="color: #000080;">เชียงของ – ปากเบ็ง – หลวงพระบาง – กรุงเทพฯ </span></h3>
<h3 style="text-align: center;"><span style="color: #000080;">4 วัน / 3 คืน</span></h3>
<p><span id="more-877"></span></p>
<h3><span style="color: #ff6600;">วันที่ 1: เชียงของ – ปากเบ็ง (L, D)</span></h3>
<p>พบกันที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองฝั่งไทย โดยมีเจ้าหน้าที่จากเรือหลวงทรายคอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกเรื่องเอกสาร โดยสารเรือหางยาวที่จัดเตรียมไว้ข้ามแม่น้ำโขงประมาณ 15 นาที ไปยังท่าเรือบ้านห้วยทราย เจ้าหน้าอำนวยความสะดวกเอกสารเข้าประเทศลาว และโดยสารรถตุ๊กตุ๊กไปยังท่าเรือหลวงทราย ล่องเรือหลวงทราย เรือไม้พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน พาทุกท่านออกเดินทางล่องแม่น้ำโขงในเวลาประมาณ 0900 โดยมีจุดหมายปลายทางที่บ้านปากเบ็ง ระหว่างทางแวะชมชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนริมฝั่งแม่น้ำ รับประทานอาหาร กลางวันแบบบุฟเฟ่บนเรือ</p>
<p><a href="http://farm4.static.flickr.com/3223/3120045909_e463d7e8bb.jpg"><img class="alignnone" title="เมืองห้วยทราย" src="http://farm4.static.flickr.com/3223/3120045909_e463d7e8bb.jpg" alt="" width="150" height="112" /></a><a href="http://farm4.static.flickr.com/3128/3120853786_49bd5c0e89.jpg"><img class="alignnone" style="margin-left: 10px; margin-right: 10px;" title="เรือข้ามฟากจากเชียงของ" src="http://farm4.static.flickr.com/3128/3120853786_49bd5c0e89.jpg" alt="" width="150" height="112" /></a><a href="http://farm4.static.flickr.com/3098/3120143425_0f2ca28320.jpg"><img class="alignnone" title="เรือหลวงทราย" src="http://farm4.static.flickr.com/3098/3120143425_0f2ca28320.jpg" alt="" width="150" height="112" /></a></p>
<p><a href="http://farm4.static.flickr.com/3257/3122270324_a5b75126a7.jpg"><img class="alignnone" title="เรือหลวงทราย" src="http://farm4.static.flickr.com/3257/3122270324_a5b75126a7.jpg" alt="" width="150" height="112" /></a><a href="http://farm4.static.flickr.com/3203/3120136525_7405f44039.jpg"><img class="alignnone" style="margin-left: 10px; margin-right: 10px;" title="แม่น้ำโขง" src="http://farm4.static.flickr.com/3203/3120136525_7405f44039.jpg" alt="" width="150" height="112" /></a><a href="http://farm4.static.flickr.com/3103/3121501103_a72f634424.jpg"><img class="alignnone" title="หลวงทรายลอดจ์" src="http://farm4.static.flickr.com/3103/3121501103_a72f634424.jpg" alt="" width="150" height="112" /></a></p>
<p>เดินทางถึงปากเบ็งก่อนพระอาทิตย์ตก เข้าพักที่โรงแรมหลวงทรายลอรด์จ พร้อมรับประทานอาหารค่ำบนระเบียงที่หันหน้าชมแม่น้ำโขงยามเย็น</p>
<h3><span style="color: #ff6600;">วันที่ 2: ปากเบ็ง - ปากอู - หลวงพระบาง (B, L, D)</span></h3>
<p><a href="http://farm4.static.flickr.com/3210/3122538578_6e1b016f47.jpg"><img class="alignnone" title="ปากเบงยามเช้า" src="http://farm4.static.flickr.com/3210/3122538578_6e1b016f47.jpg" alt="" width="150" height="112" /></a><a href="http://farm4.static.flickr.com/3214/3121692329_e2e280e2e4.jpg"><img class="alignnone" style="margin-left: 10px; margin-right: 10px;" title="แม่ค้าขายของที่ตลาดปากเบง" src="http://farm4.static.flickr.com/3214/3121692329_e2e280e2e4.jpg" alt="" width="150" height="112" /></a><a href="http://farm4.static.flickr.com/3243/3120912508_7229865125.jpg"><img class="alignnone" title="วิถีชีวิตเด็ก ๆ ลาวนั่นเอง" src="http://farm4.static.flickr.com/3243/3120912508_7229865125.jpg" alt="" width="150" height="112" /></a></p>
<p>รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม (หรือสามารถเดินทางไปตลาดเช้าเมืองปากเบ็งซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากที่พัก) เวลา 0830 ลงเรือและเดินทางต่อ ระหว่างทางแวะชมหมู่บ้านชาวเขา ชมขั้นตอนการทำเหล้าพื้นบ้าน รับประทานอาหารกลางวัน แบบบุพเฟ่บนเรือ แล้วเดินทางต่อจนถึงหมู่บ้านปากอูตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำอู ณ บริเวณนี้ท่านจะได้มีโอกาสเข้าชมถ้ำติ่ง ที่ที่มีพระพุทธรูปตั้งอยู่หลายพันองค์</p>
<p><a href="http://farm3.static.flickr.com/2585/3816626463_4c49e04612.jpg"><img class="alignnone" title="ถ้ำติ่ง" src="http://farm3.static.flickr.com/2585/3816626463_4c49e04612.jpg" alt="" width="150" height="112" /></a><a href="http://farm4.static.flickr.com/3484/3817368674_f8df2fc18c.jpg"><img class="alignnone" style="margin-left: 10px; margin-right: 10px;" title="พระพุทธรูปมากมายภายในถ้ำ" src="http://farm4.static.flickr.com/3484/3817368674_f8df2fc18c.jpg" alt="" width="150" height="112" /></a><a href="http://farm4.static.flickr.com/3563/3816581455_aa0e23a787.jpg"><img class="alignnone" title="ริมกำแพงวัด" src="http://farm4.static.flickr.com/3563/3816581455_aa0e23a787.jpg" alt="" width="150" height="112" /></a></p>
<p>เดินทางถึงหลวงพระบางก่อนพระอาทิตย์ตก หลวงพระบางเมืองมรดกโลกที่ยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีไว้ได้ดีที่สุดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยความสงบเงียบ วัดวาอารามที่เก่าแก่และงดงาม ทำให้เมืองหลวงพระบางเป็นเมืองที่น่าเที่ยวมากที่สุดหนึ่งในประเทศลาว</p>
<p>เข้าเช็ค-อินที่พัก ณ โรงแรมพูสี หรือเทียบเท่า  เที่ยวชมเมืองและวัดเก่าแก่โดยรอบ พร้อมเดินตลาดกลางคืนเพื่อซื้อหาผลิตภัณฑ์ทำมือ รับประทานอาหารค่ำที่ร้านอาหารวุฒิวงค์<br />
พักที่โรงแรมพูสี (ริมแม่น้ำโขง)</p>
<h3><span style="color: #ff6600;">วันที่ 3: หลวงพระบาง (B, L, D)</span></h3>
<p>ร่วมทำบุญตักบาตรกับชาวหลวงพระบางเพื่อความเป็นสิริมงคลตามประเพณีที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ เที่ยวชมตลาดยามเช้าที่บ้านป่าขามบริเวณริมน้ำโขง ซึ่งเป็นศูนย์รวมของพืชผักปลาแม่น้ำ และอาหารพื้นเมืองที่น่าสนใจชนิดต่างๆมากมาย ชิมกาแฟลาวที่ร้านประชานิยม อันเลื่องชื่อ ก่อนพาท่านกลับ ไปรับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม หลังจากนั้นนำท่านไปชม น้ำตก   ตาดกวางสี แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียง ที่สุดของหลวงพระบาง</p>
<p><a href="http://farm4.static.flickr.com/3525/3817396768_97063f67c6.jpg"><img class="alignnone" title="ปู่เยอย่าเยอ" src="http://farm4.static.flickr.com/3525/3817396768_97063f67c6.jpg" alt="" width="150" height="112" /></a><a href="http://farm3.static.flickr.com/2673/3816576839_23a2e899fb.jpg"><img class="alignnone" style="margin-left: 10px; margin-right: 10px;" title="ยามเช้า" src="http://farm3.static.flickr.com/2673/3816576839_23a2e899fb.jpg" alt="" width="150" height="112" /></a><a href="http://farm4.static.flickr.com/3488/3816562725_85095325ac.jpg"><img class="alignnone" title="วัดเชียงทอง" src="http://farm4.static.flickr.com/3488/3816562725_85095325ac.jpg" alt="" width="150" height="111" /></a></p>
<p>ตอนช่วงบ่ายนำท่านสู่กิจกรรมชมวัดวาอารามในเมืองหลวงพระบาง เริ่มต้นที่เที่ยวชมหอพิพิธภัณฑ์ประจำเมืองที่ซึ่งในอดีตเคยเป็นพระราชวังที่ประทับของเจ้ามหาชีวิต กราบพระบางพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อันเป็นที่มาของชื่อเมืองหลวงพระบางภายหลังจากการสถาปนาพระพุทธศาสนาสู่อาณาจักรล้านช้าง จากนั้นพาชมลวดลายปูนปั้นอันงดงามที่วัดใหม่   แล้วพาท่านเดินเท้าไปตามเส้นทางริมบึงน้ำซึ่งขุดในสมัยโบราณเพื่อป้องกันน้ำท่วมตัวเมือง บึงเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบนิเวศน์ และ สุขอนามัยของหลวงพระบางมาแต่ดั้งเดิม เพราะจากการสำรวจ  ทำให้พบว่าบึง ทั้งหลายที่พบในเมืองนี้มีมากมายกว่า 70 แห่งพร้อมด้วยระบบเชื่อมต่อระบายน้ำที่ ยอดเยี่ยมซึ่งคนสมัยโบราณได้สร้างขึ้นประวัติศาสตร์บอกเล่ายังกล่าวถึงการนับถือเงือก หรือ นาค  การนำดินที่ได้ จากการขุดบึง ไปถมสร้างวัดวาอาราม นับเป็นมุมหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อยของเมืองหลวงพระบาง เส้นทางเดินเท้าเล็กๆ จะพาท่านไปถึง วัดวิชุน ที่ไม่เพียงแต่มีพระธาตุหมากโมอันเลื่องชื่อ ทว่ายังมีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจอีกด้วย</p>
<p>หลังจากนั้นพาท่านชมวัดเชียงทองที่สุดแห่งความเป็นเอกของสถาปัตยกรรมล้านช้าง ลวดลายประดับกระจกฝีมือเพียตัน ช่างใหญ่ของราชสำนักหลวงพระบาง จะพาท่านย้อนกลับไปสู่คืนวันอันงดงามแห่งอดีตกาลที่ตำนานปรำปราและชีวิตจริง ดูเหมือนจะไม่อาจแยกออกจากกันได้โดยเด็ดขาด จากนั้นพาท่านเดินเท้าขึ้นบันได 328 ขั้น เพื่อพิสูจน์ความศรัทธา มุ่งนมัสการพระธาตุพูสี ปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมืองหลวงพระบาง ชมอาทิตย์อัสดง ท่ามกลางทิวทัศน์ที่งดงาม  ของบ้านเมืองริมฝั่งแม่น้ำโขง แม่น้ำคาน และ หุบเขาเขียวขจี ซึ่งจะทำให้ท่านเข้าใจว่า เหตุใดหลวงพระบางจึง  ได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองมรดกโลกที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  รับประทานอาหารค่ำ ก่อนพากลับสู่โรงแรมที่พัก ให้ท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัย</p>
<h3><span style="color: #ff6600;">วันที่ 4: หลวงพระบาง - กรุงเทพฯ (B, L, D)</span></h3>
<p><a href="http://farm4.static.flickr.com/3427/3817422316_39cace75b4.jpg"><img class="alignnone" title="บายศรีสำหรับสักการะพระธาตุพูสี" src="http://farm4.static.flickr.com/3427/3817422316_39cace75b4.jpg" alt="" width="150" height="112" /></a><a href="http://farm4.static.flickr.com/3532/3816620093_28e3a1e804.jpg"><img class="alignnone" style="margin-left: 10px; margin-right: 10px;" title="แม่ค้าหน้าพิพิธภัณฑ์หลวงพระบาง" src="http://farm4.static.flickr.com/3532/3816620093_28e3a1e804.jpg" alt="" width="150" height="112" /></a><a href="http://farm4.static.flickr.com/3434/3817435918_7f1c8c40c2.jpg"><img class="alignnone" title="รถโดยสารประจำทางเวียงจันทน์ - หลวงพระบาง" src="http://farm4.static.flickr.com/3434/3817435918_7f1c8c40c2.jpg" alt="" width="150" height="112" /></a></p>
<p>หลังรับประทานอาหารเช้า ท่านสามารถเดินชมเพื่อเก็บภาพประทับใจหรือซื้อของฝากจากหลวงพระบาง ก่อนที่จะนำท่านไปรับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหาร บัวกลางบึง  หลังรับประทานอาหาร  ให้ท่านได้มีเวลาว่างเพื่อชมการขึ้นรูป ลาย และเลือกซื้อเครื่องเงินที่ผลิตด้วยกรรมวิธีดั้งเดิม พร้อมทั้งเลือกซื้องานหัตถกรรมอื่นๆ เช่น กระดาษสา ไม้แกะสลัก ผ้าทอ ภาพวาด ภาพถ่าย ฯลฯ (ไม่มีการบังคับ หรือ ยัดเยียดให้ซื้อ เพราะไม่มีค่าน้ำ ค่าคอมมิชชั่น หรือ ค่าตอบแทนอื่นๆ โดยเด็ดขาด)</p>
<p>* สำหรับท่านที่สนใจจะเดินเที่ยวด้วยตัวเองก็สามารถทำได้ แต่มีเงื่อนไขคือการรักษาเวลา และ จุดหมายที่นัดอย่างเคร่งครัด<br />
14.00 น. เดินทางสู่สนามบินนานาชาติหลวงพระบาง<br />
15.20 น. ออกเดินทางโดยเที่ยวบิน PG 946 ของสายการบินบางกอก แอร์เวย์ กลับสู่กรุงเทพฯ<br />
17.00 น. เดินทางถึงสนามบินท่าอากาศยานสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ<br />
***** เสร็จสิ้นการบริการ *****</p>
<p><strong>ราคาต่อท่าน (สำหรับกรู๊ป 10 ท่านขึ้นไป)<br />
</strong></p>
<h3><span style="color: #ff6600;"><strong>16,800 บาท /ต่อท่าน/ พักคู่ </strong></span></h3>
<h3>หมายเหตุ:</h3>
<ul>
<li>กำหนดการเดินทางอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพ และความเหมาะสม</li>
<li>ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามราคาน้ำมันและปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ</li>
</ul>
<p><strong><span style="color: #3366ff;">สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อ</span> <span style="color: #ff9900;">Tropical Star Travel</span> :</strong><br />
โทร. 02 513 4913, 02 513 4996 ต่อ 102, 108, หรือ 086 014 5371, 080 0881876</p>
<a class="a2a_dd addtoany_share_save" href="http://www.addtoany.com/share_save?linkurl=http%3A%2F%2Fwww.tropicalstartravel.com%2F%3Fp%3D877&amp;linkname=%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%9D%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%204%20%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%203%20%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%99"><img src="http://www.tropicalstartravel.com/wp-content/plugins/add-to-any/share_save_256_24.png" width="256" height="24" alt="Share/Bookmark"/></a>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tropicalstartravel.com/?feed=rss2&amp;p=877</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Luang Prabang</title>
		<link>http://www.tropicalstartravel.com/?p=875</link>
		<comments>http://www.tropicalstartravel.com/?p=875#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 13 Aug 2009 10:28:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Media]]></category>

		<category><![CDATA[video]]></category>

		<category><![CDATA[Laos]]></category>

		<category><![CDATA[Luang Prabang]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tropicalstartravel.com/?p=875</guid>
		<description><![CDATA[
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><object width="320" height="265"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/b6mOmNRxl4Y&#038;hl=en&#038;fs=1&#038;color1=0xe1600f&#038;color2=0xfebd01"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/b6mOmNRxl4Y&#038;hl=en&#038;fs=1&#038;color1=0xe1600f&#038;color2=0xfebd01" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="320" height="265"></embed></object></p>
<a class="a2a_dd addtoany_share_save" href="http://www.addtoany.com/share_save?linkurl=http%3A%2F%2Fwww.tropicalstartravel.com%2F%3Fp%3D875&amp;linkname=Luang%20Prabang"><img src="http://www.tropicalstartravel.com/wp-content/plugins/add-to-any/share_save_256_24.png" width="256" height="24" alt="Share/Bookmark"/></a>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tropicalstartravel.com/?feed=rss2&amp;p=875</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>หลวงพระบาง 3 วัน 2 คืน</title>
		<link>http://www.tropicalstartravel.com/?p=848</link>
		<comments>http://www.tropicalstartravel.com/?p=848#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 13 Aug 2009 10:00:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ทัวร์ต่างประเทศอื่น ๆ]]></category>

		<category><![CDATA[ทัวร์ลาว]]></category>

		<category><![CDATA[ทัวร์หลวงพระบาง]]></category>

		<category><![CDATA[ลาว]]></category>

		<category><![CDATA[หลวงพระบาง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tropicalstartravel.com/?p=848</guid>
		<description><![CDATA[ความงดงามแห่งวัฒนธรรมริมฝั่งแม่น้ำโขงที่เมืองมรดกโลก หลวงพระบาง  ชมวัดเชียงทอง ที่สุดแห่งสถาปัตยกรรมล้านช้าง นมัสการพระธาตุพูสี ชมอาทิตย์อัสดงริมฝั่งแม่น้ำโขงและแม่น้ำคาน ชมตลาดยามเช้าและชมหอพิพิธภัณฑ์ประจำเมือง เริ่มต้น 5,300 บาท]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<pre style="text-align: left;"><span style="color: #ff6600;">TOUR CODE: LA848</span></pre>
<h2 style="text-align: center;"><span style="color: #000080;">ความงดงามแห่งวัฒนธรรมริมฝั่งแม่น้ำ<br />
</span></h2>
<h3 style="text-align: center;"><span style="color: #000080;">กรุงเทพฯ – หลวงพระบาง – กรุงเทพฯ </span></h3>
<h3 style="text-align: center;"><span style="color: #000080;">3 วัน / 2 คืน</span></h3>
<p><span id="more-848"></span></p>
<h3><span style="color: #ff6600;">วันที่ 1: กรุงเทพฯ - หลวงพระบาง (L, D)</span></h3>
<p><strong>1100</strong> พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เคาท์เตอร์ F สายการบินบางกอก แอร์เวย์<br />
<strong>1240</strong> ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ด้วย เที่ยวบินที่ PG 945 ถึงสนามบินหลวงพระบางเวลา <strong>1440</strong> น ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเดินทางเข้าสู่เมืองมรดกโลกหลวงพระบาง</p>
<p>รับประทานอาหารกลางวันเมนูพื้นเมืองที่ร้านอาหาร ตำหนักลาว จากนั้นนำท่านเช็คอินที่ แกรนด์ หลวงพระบาง หนึ่งในโรงแรมที่มีมาตราฐานที่สุด และ ตั้งอยู่บนทำเลริมแม่น้ำโขงซึ่งสวยงามที่สุดมุมหนึ่งของหลวงพระบาง (หรือโรงแรมที่พักอื่น ตามการเลือกของท่าน)</p>
<p>หลังจากนั้น พาท่านชมวัดเชียงทอง ที่สุดแห่งความเป็นเอกของสถาปัตยกรรมล้านช้าง ลวดลายประดับกระจกฝีมือเพียตัน ช่างใหญ่ของราชสำนักหลวงพระบางจะพาท่านย้อนกลับไปสู่คืนวันอันงดงามแห่งอดีตกาลที่ตำนานปรัมปราและชีวิตจริงดูเหมือนจะไม่อาจแยกออกจากกันได้โดยเด็ดขาด</p>
<p><a href="http://farm4.static.flickr.com/3488/3816562725_85095325ac.jpg"><img class="alignnone" title="วัดเชียงทอง" src="http://farm4.static.flickr.com/3488/3816562725_85095325ac.jpg" alt="" width="150" height="112" /></a><a href="http://farm4.static.flickr.com/3488/3817382552_04ee849376.jpg"><img class="alignnone" style="margin-left: 10px; margin-right: 10px;" title="ผนังวัดเชียงทอง" src="http://farm4.static.flickr.com/3488/3817382552_04ee849376.jpg" alt="" width="150" height="112" /></a><a href="http://farm3.static.flickr.com/2658/3817413500_63184c5b38.jpg"><img class="alignnone" title="พูสี" src="http://farm3.static.flickr.com/2658/3817413500_63184c5b38.jpg" alt="" width="84" height="113" /></a></p>
<p>จากนั้นพาท่านเดินเท้าขึ้นบันได 328 ขั้น เพื่อพิสูจน์ความศรัทธา มุ่งนมัสการพระธาตุพูสี ปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมืองหลวงพระบาง ชมอาทิตย์อัสดง ท่ามกลางทิวทัศน์ที่งดงามบ้านเมืองริมฝั่งแม่น้ำโขง แม่น้ำคาน และ หุบเขาเขียวขจี ซึ่งจะทำให้ท่านเข้าใจว่า เหตุใดหลวงพระบางจึงได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองมรดกโลกที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</p>
<p><a href="http://farm3.static.flickr.com/2545/3816614727_572d8251e6.jpg"><img class="alignnone" title="จุดชมวิวบนพูสี" src="http://farm3.static.flickr.com/2545/3816614727_572d8251e6.jpg" alt="" width="150" height="112" /></a><a href="http://farm4.static.flickr.com/3463/3817407922_d7712402f8.jpg"><img class="alignnone" style="margin-left: 10px; margin-right: 10px;" title="แม่น้ำโขงจากพูสี" src="http://farm4.static.flickr.com/3463/3817407922_d7712402f8.jpg" alt="" width="150" height="112" /></a><a href="http://farm4.static.flickr.com/3427/3817422316_39cace75b4.jpg"><img class="alignnone" title="บายสีสำหรับสักการะธาตุพูสี" src="http://farm4.static.flickr.com/3427/3817422316_39cace75b4.jpg" alt="" width="150" height="111" /></a></p>
<p>จากพูสีเราจะพาท่านเลาะเลียบตามวัดวาอาราม และร่องรอยพระพุทธบาทที่ทอดตัวเป็นกลุ่มตามเชิงเขาพูสี จนกระทั่งถึงย่านบ้านเจ็ก ที่หลายคนกล่าวกันว่าเป็นถนนข้าวเหนียวแห่งเมืองหลวงพระบาง เลือกซื้อสินค้าใน ตลาดนัดหัตถกรรมพื้นเมือง บริเวณถนนสีสว่างวงศ์ หน้าหอพระราชวัง รับประทานอาหารค่ำพร้อม พิธีบายศรีสู่ขวัญ และชมการแสดงฟ้อนรำพื้นบ้าน* ทำนองขับทุ้มหลวงพระบางอันเรืองนาม ที่ร้านอาหาร วุฒิวงศ์</p>
<h3><span style="color: #ff6600;">วันที่ 2: หลวงพระบาง (B, L, D)</span></h3>
<p><a href="http://farm3.static.flickr.com/2585/3816626463_4c49e04612.jpg"><img class="alignnone" title="ถ้ำติ่ง" src="http://farm3.static.flickr.com/2585/3816626463_4c49e04612.jpg" alt="" width="200" height="150" /></a><a href="http://farm4.static.flickr.com/3484/3817368674_f8df2fc18c.jpg"><img class="alignnone" style="margin-left: 10px; margin-right: 10px;" title="พระพุทธรูปมากมายภายในถ้ำ" src="http://farm4.static.flickr.com/3484/3817368674_f8df2fc18c.jpg" alt="" width="200" height="150" /></a></p>
<p>รับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม    ออกเดินทางโดยทางเรือ  จิบน้ำชากาแฟ ชมวิถีชีวิตของผู้คนตามลำแม่น้ำโขง แวะชม และชิมการต้มกลั่นเหล้าแบบพื้นเมืองที่บ้านช่างไห ก่อนมุ่งหน้าสู่ ถ้ำติ่ง ศาสนสถานสำคัญบน ฝั่งแม่น้ำโขงที่มีพระพุทธรูปไม้เก่าแก่นับพันองค์  ซึ่งผู้เดินทางผ่านมาได้นำมาวางเรียงรายอยู่ภายในถ้ำ สั่งสมกันมาตามความเชื่อตั้งแต่โบราณ จากปากถ้ำท่านสามารถมองเห็นแม่น้ำอูแม่น้ำสายสำคัญอันเป็นที่มาของต้น กำเนิดตำนานการตั้งเมืองหลวงพระบาง รับประทานอาหารกลางวัน  ซึ่งมีเมนูหลักเป็นปลาแม่น้ำโขง ที่ร้านอาหารด้านตรงข้ามปากถ้ำ หลังใช้เวลาอาหารกลางวันอย่างสบายใจ ท่านอาจเดินชมวัด และ หมู่บ้านปากอู ซึ่งมีความสำคัญในประวัติศาสตร์เก่าแก่เทียบเคียงได้กับวัดอีกหลายแห่งในตัวเมืองหลวงพระบาง ในอดีตสถานที่แห่งนี้เคยมีความสำคัญเป็นทั้งที่ตั้งทัพของปฐมกษัตริย์ลาวก่อนจะสร้างบ้านแปลงเมือง และนอกจากนั้นยังเป็นที่ซึ่งข้าราชบริพารจะต้องมาทำพิธีถืน้ำพระพิพัฒน์สัตยาถวายความจงรักภักดีทุกๆปีอีกด้วย</p>
<p>ขากลับเดินทางกลับโดยรถตู้ปรับอากาศ แล้วเดินทางต่อไปเลือกซื้อผ้าทอ สินค้าที่มีชื่อเสียงของบ้านผานม หมู่บ้านหัตถกรรมผ้าทออันมีชื่อเสียงของเมืองหลวงพระบาง เนื่องด้วยชาวไทลื้อช่างทอผ้าในหมู่บ้านแห่งนี้นั้น ได้สืบเชื้อสายช่างทอจากต้นตระกูลซึ่งเป็นข้ารารบริพารในราชสำนักเจ้ามหาชีวิตมาก่อน  ช่วงบ่ายเที่ยวชมน้ำตกตาดกวางสี แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงที่สุดของหลวงพระบาง ขากลับแวะชม อาทิตย์อัสดงที่วัดพระบาทใต้ จุดชมวิวที่สวยงามอีกแห่งของหลวงพระบาง รับประทานอาหารค่ำที่ร้านอาหาร มีไชผลก่อนพากลับสู่โรงแรมที่พัก ให้ท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัย</p>
<h3><span style="color: #ff6600;">วันที่ 3: หลวงพระบาง- กรุงเทพฯ (B, L)</span></h3>
<p>ร่วมทำบุญตักบาตรกับชาวหลวงพระบางเพื่อความเป็นสิริมงคลตามประเพณีที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ เที่ยวชมตลาดยามเช้าที่บ้านป่าขามบริเวณริมน้ำโขง ซึ่งเป็นศูนย์รวมของพืชผัก ปลาแม่น้ำ และอาหารพื้นเมืองที่น่าสนใจ ชนิดต่างๆมากมาย ชิมกาแฟลาวที่ร้านประชานิยม อันเลื่องชื่อ ก่อนพาท่านกลับไปรับประทานอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม</p>
<p><a href="http://farm4.static.flickr.com/3532/3816620093_28e3a1e804.jpg"><img class="alignnone" title="พิพิธภัณฑ์" src="http://farm4.static.flickr.com/3532/3816620093_28e3a1e804.jpg" alt="" width="200" height="150" /></a><a href="http://farm3.static.flickr.com/2673/3816576839_23a2e899fb.jpg"><img class="alignnone" style="margin-left: 10px; margin-right: 10px;" title="ตักบาตรข้าวเหนียว" src="http://farm3.static.flickr.com/2673/3816576839_23a2e899fb.jpg" alt="" width="200" height="150" /></a></p>
<p>เที่ยวชมหอพิพิธภัณฑ์ประจำเมืองที่ซึ่งในอดีตเคยเป็นพระราชวังที่ประทับของเจ้ามหาชีวิต กราบพระบางพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อันเป็นที่มาของชื่อเมืองหลวงพระบางภายหลังจากการสถาปนาพระพุทธศาสนาสู่อาณาจักรล้านช้าง จากนั้นพาชมลวดลายปูนปั้นอันงดงามที่วัดใหม่   แล้วพาท่านเดินเท้าไปตามเส้นทางริมบึงน้ำซึ่งขุดในสมัยโบราณเพื่อป้องกันน้ำท่วมตัวเมือง บึงเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบนิเวศน์ และ สุขอนามัยของหลวงพระบางมาแต่ดั้งเดิม เพราะจากการสำรวจทำให้พบว่าบึงทั้งหลายที่พบในเมืองนี้มีมากมายกว่า 70 แห่งพร้อมด้วยระบบเชื่อมต่อระบายน้ำ ที่ยอดเยี่ยมซึ่งคนสมัยโบราณได้สร้างขึ้นประวัติศาสตร์บอกเล่ายังกล่าวถึงการนับถือเงือก หรือ นาค  การนำดินที่ได้ จากการขุดบึงไปถมสร้างวัดวาอาราม นับเป็นมุมหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อยของเมืองหลวงพระบาง เส้นทางเดินเท้าเล็กๆ  จะพาท่านไปถึง วัดวิชุน ที่ไม่เพียงแต่มีพระธาตุหมากโมอันเลื่องชื่อ ทว่ายังมีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจอีกด้วย  รับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหาร บัวกลางบึง  หลังรับประทานอาหาร  ให้ท่านได้มีเวลาว่างเพื่อชมการขึ้นรูป ลาย และเลือกซื้อเครื่องเงินที่ผลิตด้วยกรรมวิธีดั้งเดิม พร้อมทั้งเลือกซื้องานหัตถกรรมอื่นๆ เช่น กระดาษสา ไม้แกะสลัก ผ้าทอ ภาพวาด ภาพถ่าย ฯลฯ ( ไม่มีการบังคับ หรือ ยัดเยียดให้ซื้อ เพราะไม่มีค่าน้ำ ค่าคอมมิชชั่น หรือ ค่าตอบแทนอื่นๆ โดยเด็ดขาด) ตามร้านขายของที่ระลึกและหมู่บ้านต่างๆรอบตัวเมืองหลวงพระบาง</p>
<p>สำหรับท่านที่สนใจจะเดินเที่ยวด้วยตัวเองก็สามารถทำได้ แต่มีเงื่อนไขคือการรักษาเวลา และ จุดหมายที่นัดอย่างเคร่งครัด</p>
<p>14.00 น. เดินทางสู่สนามบินนานาชาติหลวงพระบาง</p>
<p>15.20 น. ออกเดินทางโดยเที่ยวบิน PG 946 ของสายการบินบางกอก แอร์เวย์ กลับสู่กรุงเทพฯ</p>
<p>17.00 น. เดินทางถึงสนามบินท่าอากาศยานสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ</p>
<p>***** เสร็จสิ้นการบริการ *****</p>
<p><strong><h2 class="wp-table-reloaded-table-name">ราคาต่อท่าน (ปี 2552)</h2>
<table id="wp-table-reloaded-id-32-no-1" class="wp-table-reloaded wp-table-reloaded-id-32" cellspacing="1" cellpadding="0" border="0">
<tbody>
	<tr class="odd row-1">
		<td class="column-1">ที่พัก/ ราคาต่อท่าน</td><td class="column-2">2 ท่าน Van </td><td class="column-3">3-4 ท่าน Van</td><td class="column-4">5-6 ท่าน Van</td><td class="column-5">7-8 ท่าน Van</td><td class="column-6">9-11 ท่าน <br> 25 ที่นั่ง</td><td class="column-7">12-14  ท่าน <br> 25 ที่นั่ง</td><td class="column-8">15-19 ท่าน <br>25 ที่นั่ง</td><td class="column-9">พักเดี่ยว เพิ่ม</td>
	</tr>
	<tr class="even row-2">
		<td class="column-1">แกรนด์หลวงพระบาง</td><td class="column-2">9,500</td><td class="column-3">9,100</td><td class="column-4">8,200 </td><td class="column-5">7,400 </td><td class="column-6">9,300 </td><td class="column-7">8,700 </td><td class="column-8">8,500 </td><td class="column-9">2,100 </td>
	</tr>
	<tr class="odd row-3">
		<td class="column-1">โรงแรม พูสี</td><td class="column-2">9,276</td><td class="column-3">8,900</td><td class="column-4">8,000 </td><td class="column-5">7,200 </td><td class="column-6">8,800 </td><td class="column-7">8,400</td><td class="column-8">7,560</td><td class="column-9">2,880 </td>
	</tr>
	<tr class="even row-4">
		<td class="column-1">ริเวอร์ ลอดจ์ </td><td class="column-2">7,800</td><td class="column-3">7,500</td><td class="column-4">7,000 </td><td class="column-5">6,500 </td><td class="column-6">6,100 </td><td class="column-7">-</td><td class="column-8">-</td><td class="column-9">1,560 </td>
	</tr>
	<tr class="odd row-5">
		<td class="column-1">วิลล่า น้ำเหนือ</td><td class="column-2">7,000</td><td class="column-3">6,500</td><td class="column-4">5,500</td><td class="column-5">5,300</td><td class="column-6">-</td><td class="column-7">-</td><td class="column-8">-</td><td class="column-9">840</td>
	</tr>
</tbody>
</table>
</strong></p>
<h3>อัตราค่าบริการข้างต้น รวมค่าใช้จ่ายดังต่อไปนี้:</h3>
<ul>
<li>โรงแรมที่พัก</li>
<li>ยานพาหนะนำเที่ยวตลอดรายการ</li>
<li>อาหารกลางวัน 3 มื้อ และ อาหารเย็น 2 มื้อตามรายชื่อในรายการ</li>
<li>มัคคุเทศก์ภาษาไทย</li>
<li>ค่าธรรมเนียมผ่านเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวทุกแห่งตามรายการ</li>
</ul>
<h3>ค่าใช้จ่ายที่ไม่รวมอยู่ในอัตราค่าบริการตามตาราง:</h3>
<ul>
<li>ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพ-หลวงพระบาง</li>
<li>ค่าภาษีสนามบินทั้งของไทย และ ลาว</li>
<li>ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆนอกเหนือจากที่ได้ระบุไว้ตามรายการ</li>
<li>ค่าใช้รถนอกเหนือจากเวลาที่กำหนดไว้</li>
<li>ค่าใช้จ่ายในการตักบาตร</li>
</ul>
<h3>หมายเหตุ:</h3>
<ul>
<li>กำหนดการเดินทางอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพ และความเหมาะสม</li>
<li>ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามราคาน้ำมันและปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ</li>
</ul>
<p><strong><span style="color: #3366ff;">สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อ</span> <span style="color: #ff9900;">Tropical Star Travel</span> :</strong><br />
โทร. 02 513 4913, 02 513 4996 ต่อ 102, 108, หรือ 086 014 5371, 080 0881876</p>
<a class="a2a_dd addtoany_share_save" href="http://www.addtoany.com/share_save?linkurl=http%3A%2F%2Fwww.tropicalstartravel.com%2F%3Fp%3D848&amp;linkname=%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%87%203%20%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%202%20%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%99"><img src="http://www.tropicalstartravel.com/wp-content/plugins/add-to-any/share_save_256_24.png" width="256" height="24" alt="Share/Bookmark"/></a>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tropicalstartravel.com/?feed=rss2&amp;p=848</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ความงดงามของวัฒนธรรมแห่งลาวใต้ 3 วัน / 2 คืน</title>
		<link>http://www.tropicalstartravel.com/?p=814</link>
		<comments>http://www.tropicalstartravel.com/?p=814#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 29 Jul 2009 10:52:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ทัวร์ต่างประเทศอื่น ๆ]]></category>

		<category><![CDATA[ทัวร์ลาว]]></category>

		<category><![CDATA[ช่องเม็ก]]></category>

		<category><![CDATA[ตาดฝาส่วม]]></category>

		<category><![CDATA[น้ำตกคอนพระเพ็ง]]></category>

		<category><![CDATA[น้ำตกตาดฟาน]]></category>

		<category><![CDATA[น้ำตกหลี่ผี]]></category>

		<category><![CDATA[ปราสาทวัดภู]]></category>

		<category><![CDATA[ปากซอง]]></category>

		<category><![CDATA[ปากเซ]]></category>

		<category><![CDATA[ลาว]]></category>

		<category><![CDATA[ลาวใต้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tropicalstartravel.com/?p=814</guid>
		<description><![CDATA[ชมทัศนียภาพความเป็นอยู่ของชาวลาว ข้ามแม่น้ำโขงที่สะพานมิตรภาพลาว - ญี่ปุ่น สู่ เมืองปากเซ ชมความงามของปราสาทวัดภู ซึ่งมีอายุกว่าพันปี ชมน้ำตกตาดฝาน น้ำตกตาดผาส้วม และชมน้ำตกคอนพะเพ็ง “ไนแองการ่าแห่งเอเชีย" เริ่มต้น 5,600 บาท]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<pre style="text-align: left;"><span style="color: #ff6600;">TOUR CODE: LA814</span></pre>
<h2 style="text-align: center;"><span style="color: #000080;">ความงดงามของวัฒนธรรมแห่งลาวใต้</span></h2>
<h3 style="text-align: center;"><span style="color: #000080;">อุบลราชธานี – ช่องเม็ก – น้ำตกหลี่ผี – น้ำตกคอนพระเพ็ง – น้ำตกตาดฟาน –<br />
ตาดฝาส่วม – ปราสาทวัดภู – อุบลราชธานี </span></h3>
<h3 style="text-align: center;"><span style="color: #000080;">3 วัน / 2 คืน</span></h3>
<p><span id="more-814"></span></p>
<h3><span style="color: #ff6600;">วันที่ 1: อุบลราชธานี - ด่านช่องเม็ก - ปากเซ – ปราสาทวัดภู (L, D)</span></h3>
<p>ด่านช่องเม็ก ชายแดนไทย - ลาว &#8220;ประตูลาวตอนใต้” ทำพิธีการตรวจคนเข้าเมืองสู่ สปป.ลาว จากนั้นเดินทางสู่เมืองปากเซ แขวงจำปาสัก ประเทศลาว ระหว่างทางชมทัศนียภาพความเป็นอยู่ของชาวลาว นำท่านข้ามแม่น้ำโขงที่สะพานมิตรภาพลาว - ญี่ปุ่น สู่ เมืองปากเซ ซึ่งเป็นสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งแรกของประเทศลาว</p>
<p>12.00 น. บริการอาหารกลางวัน หลังอาหารเดินทางสู่ ปราสาทวัดภู ชมความงามของปราสาทวัดภู ซึ่งตั้งอยู่ริมหน้าผาศิวลึงค์ เป็นศิลปะแบบนครวัด อายุประมาณกว่าพันปี และแท่นบูชายันต์รูปจระเข้ ท่านจะได้สัมผัสกับอารยธรรมเก่าแก่อันยิ่งใหญ่  ชมความงดงามของลวดลายที่แกะสลักบนหินที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง</p>
<p><a href="http://www.flickr.com/photos/37884881@N08/3769722786/" title="LA098780" rel="flickr-mgr[72157621761064817]" class="flickr-image" >
	<img src="http://farm4.static.flickr.com/3540/3769722786_f152ee195f_s.jpg" alt="LA098780" class="flickr-medium" />
</a>
<a href="http://www.flickr.com/photos/37884881@N08/3769719076/" title="Vat Phou Cruise" rel="flickr-mgr[72157621761064817]" class="flickr-image" >
	<img src="http://farm3.static.flickr.com/2481/3769719076_0969b86ece_s.jpg" alt="Vat Phou Cruise" class="flickr-medium" />
</a>
<a href="http://www.flickr.com/photos/37884881@N08/3768910529/" title="LA098711" rel="flickr-mgr[72157621761064817]" class="flickr-image" >
	<img src="http://farm4.static.flickr.com/3595/3768910529_1c0a783689_s.jpg" alt="LA098711" class="flickr-medium" />
</a>
<a href="http://www.flickr.com/photos/37884881@N08/3769700574/" title="Vat Phou Cruise" rel="flickr-mgr[72157621761064817]" class="flickr-image" >
	<img src="http://farm3.static.flickr.com/2531/3769700574_4ed64f23a7_s.jpg" alt="Vat Phou Cruise" class="flickr-medium" />
</a>
<a href="http://www.flickr.com/photos/37884881@N08/3816463917/" title="Vat Phou" rel="flickr-mgr[72157621761064817]" class="flickr-image" >
	<img src="http://farm4.static.flickr.com/3443/3816463917_7ddbf39b28_s.jpg" alt="Vat Phou" class="flickr-medium" />
</a>
<a href="http://www.flickr.com/photos/37884881@N08/3817275346/" title="Vat Phou" rel="flickr-mgr[72157621761064817]" class="flickr-image" >
	<img src="http://farm4.static.flickr.com/3483/3817275346_480b011604_s.jpg" alt="Vat Phou" class="flickr-medium" />
</a>
<a href="http://www.flickr.com/photos/37884881@N08/3817275262/" title="Vat Phou" rel="flickr-mgr[72157621761064817]" class="flickr-image" >
	<img src="http://farm3.static.flickr.com/2519/3817275262_2d4dd7814b_s.jpg" alt="Vat Phou" class="flickr-medium" />
</a>
<a href="http://www.flickr.com/photos/37884881@N08/3816463641/" title="Vat Phou" rel="flickr-mgr[72157621761064817]" class="flickr-image" >
	<img src="http://farm4.static.flickr.com/3462/3816463641_72c6002e3d_s.jpg" alt="Vat Phou" class="flickr-medium" />
</a>
<a href="http://www.flickr.com/photos/37884881@N08/3816463561/" title="Vat Phou" rel="flickr-mgr[72157621761064817]" class="flickr-image" >
	<img src="http://farm4.static.flickr.com/3437/3816463561_959166f6a2_s.jpg" alt="Vat Phou" class="flickr-medium" />
</a>
<a href="http://www.flickr.com/photos/37884881@N08/3816463459/" title="Vat Phou" rel="flickr-mgr[72157621761064817]" class="flickr-image" >
	<img src="http://farm3.static.flickr.com/2454/3816463459_f8a67418d7_s.jpg" alt="Vat Phou" class="flickr-medium" />
</a>
</p>
<p>17.00 น. นำท่านเดินทางกลับสู่เมืองปากเซ นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม พักผ่อนตามอัธยาศัย</p>
<p>18.00 น. บริการอาหารเย็น หลังอาหาร เชิญท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย (พักโรงแรมปากเซ แขวงจำปาสัก ประเทศลาว)</p>
<h3><span style="color: #ff6600;">วันที่ 2: ปากเซ - เมืองปากซอง - น้ำตกตาดฟาน - น้ำตกตาดผาส้วม (B, L, D) </span></h3>
<p>07.00 น. บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม หลังอาหารเก็บสัมภาระขึ้นรถ</p>
<p>08.00 น. นำท่านเดินทางสู่ เมืองปากซอง ชมน้ำตกตาดฝาน (น้ำตกคู่แฝด) ที่สวยงาม จากนั้นชมไร่กาแฟ ที่ขึ้นชื่อของประเทศลาว   เดินทางต่อสู่ น้ำตกตาดผาส้วม ชมน้ำตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของประเทศลาว น้ำตกที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติของรีสอร์ท ได้เวลาพอสมควรนำท่านเดินทางสู่ แขวงสาระวัน ดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนื่งของลาว ที่สามารถปลูกพืช และต้นไม้ได้ตลอดปี ชื่งชนชาวเขาที่ดำรงชีวิตในเขตนี้ อาทิ เผ่า เง้ กะตู่ และ เผ่า อารัก ส่วนใหญ่ทำสวน ชา กาแฟ ข้าวสาหรี กล้วย และ อื่นๆอีกอย่างมากมาย และยังดำรงชีวิตแบบดั้งเดีม  ณ ที่นี้ท่านสามารถสำผัส ความชุ่มชื้นของอากาศของจุดสูงสุดแห่งหนื่งที่สูงกว่า 1000 เมตร จากน้ำทะเล นำท่านเดินทางกลับสู่เมืองปากเซ พักผ่อนตามอัธยาศัย</p>
<p><a href="http://www.flickr.com/photos/37884881@N08/3816453289/" title="ตาดผาส้วม" rel="flickr-mgr[72157622026656824]" class="flickr-image" >
	<img src="http://farm4.static.flickr.com/3518/3816453289_bba8fef6e1_s.jpg" alt="ตาดผาส้วม" class="flickr-medium" />
</a>
<a href="http://www.flickr.com/photos/37884881@N08/3817264792/" title="ตาดผาส้วม" rel="flickr-mgr[72157622026656824]" class="flickr-image" >
	<img src="http://farm3.static.flickr.com/2624/3817264792_5253598d6d_s.jpg" alt="ตาดผาส้วม" class="flickr-medium" />
</a>
<a href="http://www.flickr.com/photos/37884881@N08/3816453113/" title="ตาดผาส้วม" rel="flickr-mgr[72157622026656824]" class="flickr-image" >
	<img src="http://farm3.static.flickr.com/2628/3816453113_f23ba83944_s.jpg" alt="ตาดผาส้วม" class="flickr-medium" />
</a>
<a href="http://www.flickr.com/photos/37884881@N08/3816453017/" title="ตาดผาส้วม" rel="flickr-mgr[72157622026656824]" class="flickr-image" >
	<img src="http://farm3.static.flickr.com/2561/3816453017_93b3a187e0_s.jpg" alt="ตาดผาส้วม" class="flickr-medium" />
</a>
</p>
<p>19.00 น บริการอาหารเย็น หลังอาหารเชิญท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย หรือเพลิดเพลินม่วนชื่นรำวงยาม</p>
<p>ค่ำคืนของเมืองปากเซ</p>
<h3><span style="color: #ff6600;">วันที่ 3: ปากเซ - น้ำตกคอนพะเพ็ง – ปากเซ – ด่านช่องเม็ก - อุบลราชธานี (B, L)</span></h3>
<p>07.00 น. บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ น้ำตกคอนพะเพ็ง</p>
<p>10.30 น. ระหว่างทางชมชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านริมฝั่งโขง ชมบริเวณที่แม่น้ำโขงไหลลดเลี้ยวตกลงมาตรงช่องซอกเขาที่แตกแยกออกจากกันในหลายทิศทาง</p>
<p><a href="http://www.flickr.com/photos/37884881@N08/3816444233/" title="คอนพะเพ็ง" rel="flickr-mgr[72157621902150267]" class="flickr-image" >
	<img src="http://farm3.static.flickr.com/2674/3816444233_1712992da2_s.jpg" alt="คอนพะเพ็ง" class="flickr-medium" />
</a>
<a href="http://www.flickr.com/photos/37884881@N08/3817255840/" title="คอนพะเพ็ง" rel="flickr-mgr[72157621902150267]" class="flickr-image" >
	<img src="http://farm3.static.flickr.com/2559/3817255840_17a32a47c7_s.jpg" alt="คอนพะเพ็ง" class="flickr-medium" />
</a>
<a href="http://www.flickr.com/photos/37884881@N08/3817255760/" title="คอนพะเพ็ง" rel="flickr-mgr[72157621902150267]" class="flickr-image" >
	<img src="http://farm4.static.flickr.com/3487/3817255760_648271cdf7_s.jpg" alt="คอนพะเพ็ง" class="flickr-medium" />
</a>
<a href="http://www.flickr.com/photos/37884881@N08/3817255700/" title="คอนพะเพ็ง" rel="flickr-mgr[72157621902150267]" class="flickr-image" >
	<img src="http://farm4.static.flickr.com/3490/3817255700_b43a53f47a_s.jpg" alt="คอนพะเพ็ง" class="flickr-medium" />
</a>
<a href="http://www.flickr.com/photos/37884881@N08/3817255614/" title="คอนพะเพ็ง" rel="flickr-mgr[72157621902150267]" class="flickr-image" >
	<img src="http://farm4.static.flickr.com/3540/3817255614_09b98d0a9a_s.jpg" alt="คอนพะเพ็ง" class="flickr-medium" />
</a>
<a href="http://www.flickr.com/photos/37884881@N08/3816443781/" title="คอนพะเพ็ง" rel="flickr-mgr[72157621902150267]" class="flickr-image" >
	<img src="http://farm4.static.flickr.com/3475/3816443781_5678b39d7d_s.jpg" alt="คอนพะเพ็ง" class="flickr-medium" />
</a>
<a href="http://www.flickr.com/photos/37884881@N08/3817255456/" title="คอนพะเพ็ง" rel="flickr-mgr[72157621902150267]" class="flickr-image" >
	<img src="http://farm3.static.flickr.com/2664/3817255456_6d3f671d3f_s.jpg" alt="คอนพะเพ็ง" class="flickr-medium" />
</a>
</p>
<p>12.00 น. บริการอาหารกลางวัน หลังอาหารนำท่านชม น้ำตกคอนพะเพ็ง “ไนแองการ่าแห่งเอเชีย&#8221; ชมความยิ่งใหญ่ของน้ำตกคอนพะเพ็ง ที่เกิดจากการลดระดับของแม่น้ำโขงทั้งสายทำให้เกิดเสียงกระหึ่ม</p>
<p>ของกระแสน้ำ ที่เชี่ยวกราก เป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตอนใต้ พร้อมชมต้นมณีโครต ต้นไม้ที่มีอยู่ในวรรณคดี หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ ด่านช่องเม็ก ชายแดนไทย - ลาว เชิญท่านช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษี ไวน์ชั้นดีจากต่างประเทศ และสินค้าพื้นเมืองต่าง ๆ มากมายให้ท่านได้เลือกซื้อ</p>
<p>***** เสร็จสิ้นการบริการ *****</p>
<p><strong><h2 class="wp-table-reloaded-table-name">ราคาต่อท่าน (ปี 2552)</h2>
<table id="wp-table-reloaded-id-31-no-1" class="wp-table-reloaded wp-table-reloaded-id-31" cellspacing="1" cellpadding="0" border="0">
<tbody>
	<tr class="odd row-1">
		<td class="column-1">ยานพาหนะ / จำนวนคน</td><td class="column-2">3-5 ท่าน</td><td class="column-3">6-10 ท่าน</td><td class="column-4">11-15 ท่าน</td>
	</tr>
	<tr class="even row-2">
		<td class="column-1">รถจากลาวรับที่อุบล ฯ</td><td class="column-2">9,700</td><td class="column-3">8,400</td><td class="column-4">6,700</td>
	</tr>
	<tr class="odd row-3">
		<td class="column-1">รถจากลาวรับที่ช่องเม็ก</td><td class="column-2">7,100</td><td class="column-3">6,000</td><td class="column-4">5,600</td>
	</tr>
</tbody>
</table>
</strong></p>
<div style="width:47%; float: left; padding-right: 6%; display: inline;" class="post_column_1"><p>
<h3>ราคานี้รวม:</h3>
<ul>
<li>รถบริการนำเที่ยวปรับอากาศตามรายการ</li>
<li>ห้องพักตามรายการแบบ Twin Sharing</li>
<li>ไกด์ภาษาไทย</li>
<li>ค่าเข้าชมตามรายการ</li>
<li>อาหารตามรายการ</li>
</ul>
<p></div><br />
<div style="width:47%; float: left; padding-right: 0; display: inline;" class="post_column_1"><p></p>
<h3>ราคานี้ไม่รวม:</h3>
<ul>
<li>ประกันการเดินทาง</li>
<li>ค่าทัวร์นอกเหนือรายการ</li>
<li>ทิปหรือค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่น ๆ</li>
</ul>
<h3>หมายเหตุ:</h3>
<ul>
<li>กำหนดการเดินทางอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพ และความเหมาะสม</li>
<li>ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามราคาน้ำมันและปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ</li>
</ul>
<p></div><div style="clear: both;"></div></p>
<p><strong><span style="color: #3366ff;">สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อ</span> <span style="color: #ff9900;">Tropical Star Travel</span> :</strong><br />
โทร. 02 513 4913, 02 513 4996 ต่อ 102, 108, หรือ 086 014 5371, 080 0881876</p>
<a class="a2a_dd addtoany_share_save" href="http://www.addtoany.com/share_save?linkurl=http%3A%2F%2Fwww.tropicalstartravel.com%2F%3Fp%3D814&amp;linkname=%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89%203%20%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%20%2F%202%20%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%99"><img src="http://www.tropicalstartravel.com/wp-content/plugins/add-to-any/share_save_256_24.png" width="256" height="24" alt="Share/Bookmark"/></a>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tropicalstartravel.com/?feed=rss2&amp;p=814</wfw:commentRss>
		</item>
	</channel>
</rss>
